GAME UPDATE :

Obsidian Prince



Obsidian Prince



หากคุณกำลังมองหาเกม Pixel Art ที่มีความเป็น Tactical Turn-Based และ Roguelike ในเกมเดียวกัน มีความน่าสนใจ น่าจับตามองและสามารถเล่นได้ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ “Obsidian Prince” อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุณถูกใจ เพราะอะไรจึงเป็นแบบนั้น วันนี้ผมขอพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักเกม Indy เกมนี้กันครับ

Obsidian Prince เป็นเกม Tactical Turn-Based ที่ผสมผสานกับความเป็น Roguelike Deckbuilder ได้อย่างกลมกล่อม ขับเคลื่อนตัวเกมผ่านเควสและการส่งของนักผจญภัยคนเดียวบุกถล่มดันเจี้ยน บริหารจัดการ Skill และการ์ดเพื่อชิงความได้เปรียบจากฝูงมอนสเตอร์ ตัวเกมให้ความสำคัญกับการเลือก การตัดสินใจที่เข้ากับสโลแกน ‘ทุกการกระทำย่อมมีผลลัพธ์ที่ตามมา‘ การตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจทำให้ความพยายามที่ทำมาตั้งแต่แรก หรือการตัดสินใจครั้งต่อไปในอนาคตยากลำบากเป็นเท่าตัว

Obsidian Prince นำเสนอตัวเกมผ่านกราฟิกแบบ 2D ถ่ายทอดด้วยภาพแบบ Pixel Art บรรยากาศภายในเกมเต็มไปด้วยตลกขบขันสอดแทรกในบทสนทนาและ Favor Text บนตัวการ์ดตัดสลับกับความท้าทายเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรู เพลงประกอบตัวเกมถูกขับกล่อมอย่างมีอรรถรส ตั้งแต่ดนตรีที่ฟังสบายระรื่นหู สนุกสนานเฮฮา ตลอดจนความตื่นเต้นและความน่ากลัวของดันเจี้ยน



Obsidian Prince ถูกพัฒนาโดย Unleash the Giraffe และจัดจำหน่ายด้วย Unleash the Giraffe, Gameclaw Studio เปิดตัวในรูปแบบ Early Access บน Steam วันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา



เรื่องราวของ Obsidian Prince กล่าวถึงโลกแฟนตาซี ‘Emalon’ ที่ถูกรุกรานจาก Obsidian Prince หน้าที่ของเราคือ เลือกสรรนักผจญภัย ฝึกฝนพวกเขาและนำพาพวกเขาสู่ดันเจี้ยนเพื่อจัดการและส่งตัว Obsidian Prince กลับไปยัง Underworld และซ่อมแซมความเสียหายจากการน้ำมือของ Obsidian Prince

จากการปูเรื่องราวที่เกิดขึ้นและดำเนินไปในโลกของ Emalon ทำให้ Gameplay ที่เกิดขึ้นใน Obsidian Prince แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ เริ่มต้นจากการเลือกและฝึกฝนนักผจญภัย ออกเดินทางพิชิตดันเจี้ยน และซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้

ก่อนจะเข้าสู่รายละเอียดเกี่ยวกับ Gameplay ผมขอทำการแนะนำ UI ที่ปรากฏในดันเจี้ยนซึ่งเป็นช่วงเวลาส่วนใหญ่ที่เราจะใช้ไปกับเกมนี้เพื่อให้ง่ายต่อทำความเข้าใจ ซึ่งแบ่งออกเป็น
-ซ้ายบน คือข้อมูลศัตรู จะแสดงเมื่อทำการชี้เม้าท์ไปยังเป้าหมาย
-กึ่งกลางด้านบน คือ ตำแหน่งของ Backstory Card
-ซ้ายล่าง คือ Skill ของนักผจญภัยและหลอดแสดง Energy สำหรับใช้ Skill
-กึ่งกลางด้านล่าง คือ ตำแหน่งของ Inspiration Card, Inspiration Deck จำนวน Gold
-ขวาล่าง คือ Item Slot, Hp และเกราะของนักผจญภัย



การเลือกสรรนักผจญภัยคือหน้าที่ของผู้เล่นอย่างเรา พวกเขาแต่ละคนมีเรื่องราว นิสัย ความชื่นชอบเป็นของตัวเอง และด้วยเหตุนี้เองที่นำพาไปสู่หนึ่งใน Feature สำคัญที่โดดเด่นและไม่เหมือนใครอย่าง Backstory


Backstory นอกจากจะเป็น Flavor Text บอกเล่าความเป็นมาของนักผจญภัยของแต่ละคนแล้ว มันยังเป็นการ์ดที่อยู่คู่กับตัวละคร บ้างส่งผลดี บางใบส่งผลร้าย และบางส่วนให้ผลทั้งดีและร้าย ทุกครั้งที่นักผจญภัยเข้าห้องในดันเจี้ยนที่จำเป็นต้องต่อสู้ การ์ด Backstory 5 ใบ จะถูกสุ่มขึ้นจาก Backstory Deck ทั้งหมด แล้วให้เราเลือก 3 ใบ มันทำหน้าที่เหมือนเป็นบัฟหรือดีบัฟที่จะอยู่กับเราไปจนกว่าเคลียร์ห้องดังกล่าวได้

ทุกเหตุการณ์สำคัญจะเพิ่มการ์ด Backstory ให้กับ Deck นักผจญภัยของเรา และมันต้องแลกกับการ์ด Backstory เดิมเมื่อถึง Limit สูงสุดไม่ต่างจากความทรงจำเก่าที่ถูกทดแทนด้วยความทรงใหม่



Inspiration Card คือการ์ดอีกหนึ่งประเภทที่ทำหน้าที่เป็น Passive บัฟอัปเกรดความสามารถ Skill ใช้งาน มันจะถูกสุ่มขึ้นมือ 3 ใบในแต่ละเทิร์น การเลือกใช้ Skill อย่างหนึ่งอาจให้ส่งแตกต่างในและเทิร์นตามการ์ด Inspiration ที่ปรากฏในเทิร์นนั้น ๆ



เมื่อไหร่ก็ตามที่นักผจญภัยของเราเติบโตขึ้นจากการ Level up เราสามารถเลือกอัปความสามารถให้พวกเขาได้อย่างอิสระ แต่ละแต้มของค่าสถานะมอบความสามารถที่แตกต่างแม้จะอยู่ในหมวดค่าสถานะเดียวกันก็ตาม และเมื่ออัปไปถึงจุดหนึ่งเราจะได้การ์ด Inspiration Card เป็นของแถมอีกด้วย



ก่อนที่จะส่งนักผจญภัยออกไปพิชิตดันเจี้ยน ใน Campaign Mod เราจำเป็นต้องฝึกฝนพวกเขาผ่านลานฝึกเพื่อมอบ Class ให้กับเขาเสียก่อน Class แต่ละ Class จะเป็นตัวกำหนด 2 Skill แรกที่ตัวละครนั้น ๆ สามารถใช้ได้ ลานฝึกแต่ละ Class จะถูกปลดล็อกไปเรื่อย ๆ ตามความก้าวหน้าภายในเกม

ส่วนภาพประกอบด้านล่างนี้คือตัวอย่าง Class ที่เราสามารถปลดล็อกเลือกใช้งานได้จาก Challenge Mode ที่มีความเป็น Roguelike บุกตะลุยไปในดันเจี้ยนไม่รู้จบ เก็บแต้ม เก็บ Gold เพื่อปลดล็อก Class หลัก Class ย่อยและ Item เพื่อใช้ในรอบต่อไปครับ


เมื่อเตรียมนักผจญภัยพร้อมแล้วก็ถึงเวลาออกเดินทางเพื่อพิชิตดันเจี้ยน ใน Campaign Mod ดันเจี้ยนแต่ละแห่งจะปลดล็อกผ่านเควส บ้างสามารถเข้าซ้ำ บางแห่งเป็นเพียงพื้นที่สำหรับเล่าเนื้อเรื่องเล่นได้เพียงครั้งเดียวก็มี

ก่อนจะเข้าดันเจี้ยนแต่ละแห่งอย่าลืมอ่านรายละเอียดของดันเจี้ยนนั้น ๆ ที่ให้ข้อมูลประเภทมอนสเตอร์กับเรา เลือกใช้นักผจญภัยให้เหมาะกับดันเจี้ยนแต่ละแห่งเพื่อชิงความได้เปรียบ แม้จะเพียงเล็กน้อย



จะพิชิตดันเจี้ยนได้หรือไม่นั้น การเตรียมความพร้อมให้กับนักผจญภัยนับว่าเป็นเรื่องสำคัญ อย่าลืมจัดหา อุปกรณ์ สวมใส่อาวุธและเสบียงก่อนออกเดินทางเพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จของภารกิจ

อาวุธในส่วนของมือซ้ายและขวาเป็นตัวกำหนด Skill ที่ตัวละครใช้ได้อย่างละ 1 Skill และบางครั้งอาวุธเหล่านี้มาพร้อมกับ Inspiration Card เพิ่มเติมให้กับตัวละครที่สวมใส่อาวุธดังกล่าว



ดันเจี้ยนแต่ละแห่งมีมอนสเตอร์ประจำถิ่นแตกต่างกัน ขนาดห้องก็ไล่เรียงตั้งแต่เล็ก กลาง ไปจนถึงใหญ่ แถมการเล่นซ้ำในดันเจี้ยนเดียวกันในแต่ละรอบยังให้ประสบการณ์ที่แตกต่างทั้งในรูปแบบของลักษณะห้องและศัตรูตามฉบับความเป็น Roguelike

การต่อสู้กับศัตรูจำเป็นต้องวางแผนให้รอบคอบ บริหารการใช้ Energy เพื่อโจมตีและพร้อมสำหรับหลบหนีในยามจำเป็น การตัดสินใจในแต่ละเทิร์นมีความสำคัญและส่งผลในระยะยาว RNG จาก Backstory Card กับ Inspiration Card เป็นปัจจัยที่บริหารจัดการได้ยาก(ไม่ใช่จัดการไม่ได้เลย) และส่งผลต่อเล่นแต่ละรอบ แต่ละเทิร์นค่อนข้างมาก


แผนที่ภายในดันเจี้ยนเกิดขึ้นจากการออกสำรวจของนักผจญภัย หน้าตาไม่ต่างจาก Roguelike ที่คล้ายกันมากนัก มีเพียงสถานที่บางแห่งที่ถูกปิดบังด้วยประตู เราจำเป็นต้องใช้กุญแจเพื่อปลดล็อกให้เห็นว่าภายในมีอะไรหรือจะใช้กำลังพังเข้าห้องในทันทีเลยก็ได้เช่นกัน



ความพิเศษที่ทำให้ Obsidian Prince แตกต่างจากเกมที่คล้ายคลึงกันคือ ห้อง Boss ที่จำเป็นต้องหากุญแจเปิดห้องให้ได้เสียก่อน จึงจะเข้าเผชิญหน้ากับ Boss ได้ ซึ่งจุดนี้ทำให้การลุยดันเจี้ยนแต่ละแห่งใช้เวลาค่อนข้างนานครับ



แล้ว Boss ภายในเกมนี้ล่ะเป็นอย่างไร ? Boss แต่ละตัวมี Mechanic ที่แตกต่างกัน บาง Build อาจใช้ได้ดีกับ Boss ตัวหนึ่ง และใช้ไม่ได้ผลกับ Boss อีกตัว การทำความรู้จักกับ Mechanic ของ Boss มีความสำคัญ และจากประสบการณ์ของผมมักจะพลาดท่าให้กับการเผชิญหน้ากับ Boss เป็นครั้งแรกอยู่บ่อย ๆ

แต่สิ่งหนึ่งที่ Boss แต่ละตัวมีความเหมือนกันคือความสามารถในการ Summon มอนสเตอร์จำนวนมากขึ้นมาในห้องคอยก่อกวนผู้เล่น และบางครั้งมันคือสาเหตุหลักที่ทำให้เราแตกพ่ายนี่แหละครับ



เมื่อไหร่ก็ตามที่เราทำการจำกัดบอสหรือสำรวจดันเจี้ยนสำเร็จ เราสามารถเลือกรางวัล Backstory Card จาก 1 ใน 3 ใบเพิ่มลงใน Backstory Deck ให้กับนักผจญภัยของเรา เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับเขาหรือเธอ



ในทางกลับกันหากเราล้มเหลวในการพิชิตหรือสำรวจดันเจี้ยน นอกจาก Item ที่เก็บได้ในระหว่างทางมีโอกาสสูญหาย อยู่ไม่ครบจำนวนแล้ว นักผจญภัยของเรายังถูกสาป เรื่องราวเลวร้ายจะถูกบันทึกลงในประวัติของตัวละคร



และจำเป็นต้องเพิ่ม Blackstory Card ด้านลบที่คอยถ่วงแข้งถ่วงขานักผจญภัยของเราลงใน Backstory Deck แทนที่การ์ดใบอื่น ๆ อีกด้วย



เมื่อการผจญภัยจบลงก็ถึงเวลาซ่อมแซมเมือง สร้างลานฝึกนักผจญภัย ตลอดจนร้านค้าขายของเพื่อความสบายให้กับการผจญภัยครั้งต่อ ๆ ไปครับ


และนี่คือภาพรวมทั้งหมดของ Obsidian Prince หากคุณสนใจเกมนี้สามารถกด Wishlist ตัวเกมได้ผ่านหน้าร้านค้า Steam แต่ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อมาเล่น ผมขอให้ข้อมูลว่าตัวเกมยังมี Bug อยู่มากพอตัว ตั้งแต่ BUG ขนาดเล็กทำให้ผลอัปเกรดของ Skill ไม่ทำงาน ไปจนถึงขนาดใหญ่ไม่สามารถคุมตัวละครได้เมื่อเข้าดันเจี้ยน ซึ่งส่งผลกระทบจนไม่สามารถเล่นเกมต่อไปได้ หรือ เซฟเกมที่เล่นไว้หายไปผมก็เคยเป็น กระนั้นทางผู้พัฒนาก็ออก Patch อัปเดทแก้ไข BUG เหล่านี้ออกมารัว ๆ อย่างในวันเปิดตัว 29 เมษายน ออก Patch ย่อยมาแก้ไขถึง 6 ครั้งด้วยกัน!! การกระทำดังกล่าวสะท้อนความพยายาม ความเอาใจใส่ดูแลเกมเป็นอย่างดี

หากคุณต้องการสนับสนุนผู้พัฒนาสามารถซื้อ Obsidian Prince มาลองเล่นกันได้ในราคาเต็ม 239 บาท ลดราคา 20% ในช่วงเปิดตัวจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคม เหลือเพียง 191.20 บาทเท่านั้นครับ




บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: