GAME UPDATE :

[Gw2 Game Guide] - [PvP Build] Bunker Healer Tempest


[Gw2 Game Guide] - [PvP Build] Bunker Healer Tempest

Game Guide ในรอบอาทิตย์นี้ ขอเปลี่ยนรสจาก Tree of Savior มาเป็นเกมเก่าแต่ยังความเก๋าของตัวเอง ยืนหยัดท่ามกลางเกมใหม่ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดในช่วงปีที่ผ่านมา ตีมอนสเตอร์ ตีบอสมาก็บ่อย อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศทั้งทีก็เอาเป็นท้าตีท้าต่อยกับผู้เล่นกันเองใน PvP สักหน่อยแล้วกัน เอาให้รู้กันไปเลยว่าไผเป็นไผ อิอิ ชักภาพขึ้นปกซะขนาดนี้ก็คงจะไม่ได้เอาภาพขึ้นให้ดูโก้ เก๋ เฉย ๆ ครับ สำหรับ Game Guide ในวันนี้เป็นของเกม Guild War 2 นั่นเอง!

Build ที่ผมมาแนะนำในวันนี้เป็น Build ของ Tempest หรือ Elite Specialization ของอาชีพ Elemetalist นั่นเอง สำหรับเพื่อน ๆ ที่คุ้นเคยกับเกม Gw2 นี้อยู่แล้ว จะทราบว่าตัวละอาชีพหนึ่งของเรานี้จะ Build ไปได้หลายทางขึ้นอยู่กับ Item ที่สวมใส่และการเลือก Skill มาใช้เสียมากกว่าจะเป็นตัวอาชีพที่กำหนดเส้นทางการ Build ที่ตายตัว ดังนั้นความคิดที่ยึดติดว่า Tempest ที่เหมือนกับ Mage ในเกมอื่นที่คล้ายคลึงกันจะต้องตัวบาง ตีแรงอะไรเทือกนี้ สลายมันไปได้เลยครับ เพราะนี่คือ Gw2! และวันนี้ผมจะแนะนำ Build ที่ทำให้ Tempest กลายเป็นนักเวทย์ร่างบึกบึนที่ใคร ๆ ก็เบื่อที่จะยุ่งกับเรา!



โดนรุมกระทืบใกล้ตาย หน้าจอแดงไปหมด ก็กดใช้ Obsidian Flesh ให้เป็นอมตะแล้วถอยออกมาตั้งหลัก



จากนั้นกด Wash The Pain Away! ทีเดียว Skill เดียว ได้เลือดกลับมาครึ่งหลอด! อีก 3 วินาที เปลี่ยนเป็นธาตุน้ำ Regeneration ตัวเองได้อีก ก็พร้อมกลับเข้า Fight ใหม่แล้ว!

สำหรับ Build นี้มีชื่อเต็ม ๆ ว่า Bunker Healer Tempest ครับ แปลความหมายแบบโก้หรูสักหน่อยก็ "รถพยาบาลหุ้นเกราะ!" ครับ โดยใน Build นี้จะเน้นความอึดถึกทนราวกับเป็นภูเขาลูกโต เอาเนื้อหนังประทะเข้าว่าไว้ก่อน เสริมพลังด้วยการฟื้นฟูระดับสูงแบบว่า ถ้าเอ็งรุมฆ่าข้าไม่ตายในชุดเดียว ขอเวลา Heal สัก 2 Skill เลือดก็กลับมาเกือบเต็มหลอด ถ้าจะฆ่าให้ตายในชุดเดียวก็ยากอีกเพราะ Build นี้เป็น Skill ทำให้เป็นอมตะ ฆ่าไม่ตาย ยื้อชีวิตตัวเองได้ทุก ๆ ครึ่งนาที เป็นสุดยอดแมลงสาบเลยทีเดียว! และความรำคาญเวลาตัวละคร Build ทำนองนี้ นอกจากจะล้มยากแล้ว มันมี Damage ฝังตัวที่คอยปั่นป่วน ตัดจังหวะให้ฝ่ายคู่ต่อสู้หงุดหงิด ที่สุดของความหัวร้อนเวลาเจอ คือมันคอยไล่ Heal ไล่ Buff ให้เพื่อน ๆ แล้วยังจะล้าง Condition (DeBuff) ให้ได้อีกด้วย จะไม่ฆ่ามัน มันก็ช่วยเพื่อนได้อีก เล็งมันเป็นเป้าหมายแรกก็โดนตัว Damage ในทีมของมันตี เป็นทางเลือกที่สุดแสนจะน่ารำคาญเลยล่ะครับ

พูดถึงข้อดีมามากแล้ว ทีนี้เรามาดูจุดบอดของ Build นี้กันบ้าง จุดบอดอันใหญ่หลวงที่สุดของ Build นี้อยู่ที่ ความเร็วในการเคลื่อนที่ ครับ เนื่องจาก Build นี้ไม่มีตัวเร่ง เพิ่มความเร็ว Move Speed เลย(ไม่นับ Overload นะครับ) ทำให้วิ่งช้าอย่างกับเต่า แถมไม่มี Skill เข้าหา เข้าทำฝ่ายศัตรูดี ๆ ต้องเอาหน้าไถไปตรง ๆ  เป็นเจ๊อืดอยู่กลางสนามรบครับ (ไม่ต้องพูดถึง Cripple หรือ Chill ที่ช่วยลด Move Speed หรอกนะครับ เพราะ Build นี้ล้าง Condition พวกนี้ได้อยู่แล้ว) เวลาเจอ Build นี้ มันก็มีวิธีชิงความได้เปรียบที่ดีดมันออกจากวงต่อสู้ครับ Skill Knock Back ทั้งหลายแหล่ประเคนใส่มันให้ปลิวออกไปไกล ๆ ยิ่งยิงให้ตกจากที่สูง ตกหน้าผาไปเลยยิ่งดี แล้วรุมฆ่าเพื่อนมันก่อน เจ๊อืดจะเข้ามาช่วยได้ ถึงแม้ว่าจะอึด ถึงแม้จะเป็น Build ที่มี Skill สุด OP ทำให้เป็นอมตะ 4 วินาที ยื้อความตายด้วย Rebound ได้อีกหน่อย แต่ถ้าโดนรุม 5 ก็ตายอย่างเขียดได้เหมือนกัน สรุปเป็น Step สั้น ๆ ก็ ดีดมันออกจาก Fight >> ฆ่าพวกมันให้เหี้ยน >> รุมกระทืบมัน ทำนองนี้ครับ หรือจะอาศัยแผนสร้างความปั่นป่วน เข้าไปตีมันเป็นชุด ๆ แล้วถอยหนี ๆ สร้างความรำคาญให้แก่ Tempest Build นี้ ดึงดูดความสนใจเพื่อนร่วมทีมฝ่ายตรงข้ามให้ตามเราออกมา เพื่อจะฆ่าได้ง่าย ๆ ก็ถือว่าเป็นแผนการที่ใช้ได้เหมือนกันครับ



ในเรื่องของเครื่องสวมใส่ ผมเลือกใส่ตามรูปด้านบนเลยครับ ส่วนเหตุผลว่าทำไม ผมจึงเลือกใส่แต่ละอย่างแบบนั้น ขออธิบายความคิดเห็นของผมด้านล่างนี้ เผื่อเพื่อน ๆ จะนำไปประยุกต์ปรับเปลี่ยนให้กลายเป็น Build ที่ดียิ่งกว่า (อย่าลืมมาแบ่งปันกันนะครับ ผมจะเลียนแบบบ้าง อิอิ @_@;;)

- เริ่มจากอาวุธผมเลือกใช้ Dagger คู่กับ Focus เนื่องจากอาวุธคู่นี้ทำให้เรามี Skill Auras แบบกดใช้ได้เอง 2 Skill คือ Fire Shield กับ Magnetic Aura โดยไม่ต้องกดใช้ Skill Overload ที่ค่อนข้างมีความสำคัญในการใช้ จะกดใช้เพื่อหวังเอาแค่ผลของ Boom (Buff) เล่น ๆ มันก็ดูกระไรอยู่ การใช้ Dagger เป็นอาวุธหลักทำให้เรามีความคล่องตัวในการเล่นมากขึ้น คือ กดใช้ Skill Heal จาก Weapon Skill ได้ง่าย เมื่อเทียบกับอาวุธชนิดอื่น ๆ Skill Cone of Cold ของ Dagger เพื่อกดใช้จะ Heal เพื่อนที่อยู่ด้านหน้า ไม่ต้องกดร่ายลงพื้น รอ Delay Skill อย่าง Skill Water Trident ของอาวุธประเภท Scepter หรือ ไม่จำเป็นต้องร่าย Skill ก่อนจะใช้เหมือนเวลาถือ Staff ด้วย 2 มือ เรียกว่าใช้งานได้ง่ายและทันใจกว่า ในด้านของ CC เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง Scepter และ Dagger ใน PvP สถานะ Blind ดูจะมีประโยชน์น้อยกว่า Immobilize และ Chill แถม Dagger ยังมี Mobility Skill ใช้ช่วยเคลื่อนที่ให้ไวขึ้นอีกหน่อย อย่าง Burning Speed อีกด้วย ส่วนอาวุธรองเลือกใช้เป็น Focus เพราะ Skill Obsidian Flesh ที่ทำให้เป็นอมตะโดยเฉพาะเลยครับ เพราะ Build นี้ยิ่งอยู่นาน ยิ่งได้เปรียบครับ การใช้ Warhorn เป็นอาวุธรองก็ดีใช้ได้อยู่ตรงที่ได้ Skill Heal แรง ๆ มาอีก 2 Skill แต่ด้วย Cooldown ที่ค่อนข้างนาน ทำให้ไม่คุ้มค่าสักเท่าไหร่ เอา CC จาก Focus มาไล่ป่วน ตัดจังหวะศัตรูดีกว่า

- Sigil อาวุธใช้เป็น Sigil of Leeching สำหรับตีดูดเลือดหลังจากเปลี่ยนธาตุ(ถ้าเล่นอาชีพอื่นจะต้องเปลี่ยนอาวุธครับ) ไป ๆ มา ๆ ช่วยยื้อชีวิตตัวเองให้ยืดยาวออกไปได้ ส่วนอีกชิ้นเป็น Sigil of Renewal เมื่อเปลี่ยนธาตุจะทำการ Heal หมู่คนที่อยู่รอบตัวครับ เป็น Sigil ที่เหมาะกับ Build นี้ที่ค่อนไปทาง Tanker - Support ได้อย่างลงตัวทีเดียว

- เครื่องประดับเน้นหนักที่ Healing Power เพราะเน้นหนักในการช่วยทีม จำนวนคนมากกว่าก็สร้างความได้เปรียบได้ดีกว่าใช่ไหมล่ะครับ ? ช่วยเพื่อนในทีมได้ก็ถือว่าทำให้ทีมเราเข้าใกล้ชัยชนะมากขึ้นด้วย ตามต่อด้วย Toughness เอาความอึดเป็นแมลงสาบ และ Power ไว้ใช้สร้าง Damage ใส่ศัตรูสักนิด แม้กับตัวถึก ๆ จะแค่คัน ๆ แต่กับตัวบาง ๆ อย่าง Tempest สาย Damage ล้วน ๆ หรือ Ranger Pure Damage นี่โดนไปก็เจ็บจุก อยากจะเขี่ยเราทิ้งออกไปไกล ๆ เหมือนกันครับ สร้างความลำบากให้กับตัวแนวหลังของฝ่ายตรงข้าม ถ้าไล่ได้ดีจะทำให้ทีมเราได้รับ Damage น้อยลง ความได้เปรียบก็มากขึ้นครับ ยิ่งวิ่งเข้าไปพร้อมกับ Warrior หรือ Reaper ที่ Damage มีเป็นล้าน... เว่อไปหน่อยครับ เอาเป็นว่า Damage เยอะยิ่งแล้วใหญ่ เข้าถึงแนวหลังนี่มีกระจุย ตัวแตกแน่นอน

- Rune ใช้เป็น Rune of the Soldier เพื่อเอาความอืด ถึกทน พร้อมกับความสามารถในการล้าง Condition ต่าง ๆ เมื่อกดใช้ Skill ประเภท Shouts ตาม Build นี้มีให้กดใช้ตั้ง 4 Skill แหนะ ใช้ได้คุ้มค่าแน่นอน!



ทีนี้มาดู Traits ที่เลือกใช้กันบ้าง ผมเลือกใช้เป็น Earth เพื่อเอาความถึกและต้านทาน Condition ได้ดีขึ้น Water ช่วยได้ในเรื่องของการ Heal กับความสามารถในการลบ Condition และ Tempest เพื่อเอา Skill Overload Auras และ การแจกจ่าย Boon ให้กับตัวเองและเพื่อน ๆ ครับ รายละเอียดก็ตามด้านล่างนี้เลย







เพื่อน ๆ สามารถเปลี่ยน Water Trait อันสุดท้ายจาก Cleansing Water ให้เป็น Powerful Aura เพื่อกลายเป็น Auramancer คอยให้ Buff Aura เจ๋ง ๆ แจกจ่ายให้กับเพื่อน ๆ โดยแลกกับความสามารถในการลบล้าง Condition ออกไปโขใหญ่ก็ได้นะครับ มันดีกันคนละอย่าง แต่ใน PvP มันเลือกเปลี่ยนกลางคันไม่ได้นะครับ เลือกได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น!



ส่วนอันนี้เป็นความสามารถของ Aura ทั้ง 4 ชนิดที่ Elementalist หรือ Tempest สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องอาศัย Rune ซึ่งแต่ละแบบจะมีคุณสมบัติพิเศษที่แตกต่างกันออกไป วิธีการใช้งานแต่ละ Aura จึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ หากให้พูดคร่าว ๆ แล้ว แต่ละ Aura จะใช้เพื่อประโยชน์ดังต่อไปนี้ - Fire Shield ใช้เพื่อเสริม เพิ่มเติม Damage ของตัวเอง
- Frost Aura เพื่อความถึกของตัวเองนิดหน่อย พร้อมกับ CC ป่วนฝ่ายตรงข้าม
- Magnetic Aura ใช้ตัดจังหวะคู่ต่อสู้ ใช้ได้ดีในการเอาตัวรอด
- Shocking Aura ใช้ป้องกันการโจมตีจากระยะไกล (ที่เป็น Projectiles)



มาในเรื่องของ Weapon Skill กันบ้าง เนื่องจาก Elementalist หรือ Tempest สามารถเปลี่ยนธาตุได้ ทำให้มี Skill Weapon ในมือมากกว่าชาวบ้านเอา 15 Skill หรือมากกว่า 3 เท่า! การพูดถึง Skill ทั้งหมดจะทำให้บทความนี้ยาวยืดเยื้อเกินไป ผมจึงจะขอแบ่ง Skill ออกเป็นกลุ่มตามประเภทที่ผมใช้งานของมัน และจะหยิบยกมาเพียงแค่ Skill ที่เราได้ใช้จริง ๆ ใน PvP เท่านั้น

และเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ ผมจึงขอรวบยอดอธิบาย Weapon Skill กับ Slot Skill ด้วยวิธีเดียวกันนี้ ในรอบเดียวเลยละกันนะครับ (เอาขึ้นมาให้เพื่อน ๆ เห็นภาพก่อนว่ามี Skill อะไรยังไงบ้าง)





Skill ประเภทนี้เรากดใช้เพื่อ Heal หรือฟื้นฟูพลังชีวิตทั้งของเพื่อนเราและตัวเราเอง หากความเสียหายที่ได้รับเพียงเล็กน้อย แค่กดเปลี่ยนธาตุจากธาตุอื่นมาเป็นธาตุน้ำก็ได้ Regeneration มาฟื้นฟูแล้ว ไม่จำเป็นต้องกด Skill Heal เสียด้วยซ้ำไป Skill ที่ควรให้ความสำคัญก่อนจะกดใช้ทุกครั้งเพื่อความคุ้มค่าคือ Overload Water เพราะการกดใช้แล้วเปลี่ยนเป็นธาตุอื่นจะทำให้เรา "ไม่สามารถ" เปลี่ยนกลับมาใช้ธาตุน้ำได้อีกหลังจากนั้น 20 วินาที (ที่แสนยาวนาน) ต้องพึงระวังเอาไว้ให้มาก นอกจากนี้ยังมี Rebound ที่ต้องอาศัยความชำนาญและช่างสังเกตเสียหน่อย เพราะ Skill นี้จะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อกดในจังหวะที่มีตัวเราหรือเพื่อนร่วมทีมโดน Damage อัดถึงตายจริง ๆ จึงจะคุ้มค่ากับ Cooldown ที่นานโขของมัน



กดใช้ Skill พวกนี้เพื่อป้องกันตัว ตัดการโจมตีจากระยะไกลที่เป็นปัญหากับ Build ของเราที่วิ่งช้าด้วย Swirling Wind หรือ Ring of Earth ชั่วคราว เพื่อทำจังหวะเข้าถึงตัวคู่ต่อสู้ ส่วน Armor Of Earth กดใช้ในจังหวะที่คิดว่าจะโดน CC หนัก ๆ เล่นนาน เวลาเจอ Warrior/Berserker พุ่งเข้าใส่กดเตรียมตัวไว้ก่อนเลยก็ได้ครับ โดน Stun 3 วินาทียืนงงอย่างสูญเปล่าไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ หรือจะกดใช้ในจังหวะที่เรา Finisher หรือปิดฉากศัตรูที่ Down หรือล้มอยู่ก็ได้เช่นกัน ป้องกัน Skill CC ที่ขัดจังหวะการเผด็จศึกของเรา ส่วน Obsidian Flesh Skill สุด OP ควรจะวางแผนการใช้ให้ดี เพราะกดใช้ฟรีมีตายเองอย่างแน่นอน!





พวกนี้เป็น Skill ที่คอยใช้เพื่อขัดจังหวะศัตรู CC โดยมากของสายนี้จะเป็น Chill เป็นเสียส่วนใหญ่ แม้ว่า Chill จะ Slow ได้แค่ 33% น้อยกว่า Cripple ที่ Slow 50% แต่อย่าลืมว่า Chill มันทำให้ Cooldown Skill ของเป้าหมายช้าลงด้วย! เรียกว่าเป็น CC ที่ป่วนมาก ๆ หากโดน Chain ติดกันบ่อย ๆ ในขณะที่ Gale เป็น CC หนักสำหรับ Knock Down ศัตรู แม้ว่าแค่ 1 วินาที แต่ก็เป็น 1 วินาทีที่สำคัญมาก ๆ หากใช้ได้ถูกจังหวะ เป็น CC หนักไว้จับตัวบาง ๆ อย่าง Thief ได้ดี แค่ 1 วินาทีที่โดนจับได้ก็โดนตีตายแล้ว! ส่วน Magnetic Grasp กดใช้เพื่อหยุดเป้าหมายไว้กับที่ ช่วยจับศัตรูให้เพื่อนร่วมทีม หรือ ใช้เป็นเป้าหมายช่วยเคลื่อนย้ายตัวเองก็ได้



Skill พวกนี้เมื่อกดใช้แล้วจะออก Animation เคลื่อนย้ายตัวเอง Burning Speed โดยมากแล้วผมมักเก็บไว้ใช้เพื่อหนี มากกว่าจะกดใช้เพื่อเข้าหาเป้าหมาย หรือกดเพื่อร่นระยะตอนออกจากฐานใหม่ ๆ ส่วน Magnetic Leap จะสามารถใช้ได้ก็ต่อเมื่อเป้าหมายโดน Magnetic Grasp เสียก่อน เป็นเพียง Skill เดียว ของ Build นี้ที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงตัวศัตรูในแนวหลังได้อย่างรวดเร็ว แต่ด้วยเงื่อนไขของ Skill และจังหวะที่หาได้ยากเย็น จึงใช้งานค่อนข้างยาก พุ่งตัวไป 1v5 ก็ใช่ที่ โดนรุมก็ตายคาเท้าศัตรูได้เหมือนกัน! ฉะนั้นจึงควรสังเกตสภาพรอบตัวให้ดีก่อนกดใช้ Skill ที่ว่านี้



ทำความรู้จักกับ Gear / Traits /Skill กันไปหมดแล้ว ก็มาถึงคำถามสำคัญที่ว่า แล้วเล่นยังไงล่ะ ? ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากมาก ๆ เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่เป็นตัวบ่งชี้ว่าเราควรจะเล่นแบบไหน ทั้งด่าน PvP สมาชิกในทีมเรา ทีมคู่ต่อสู้ กำลังได้เปรียบหรือว่าเสียเปรียบ ฉะนั้นคำตอบของคำถามนี้ผมอาจจะมอบให้เพื่อน ๆ ได้ไม่ครบถ้วนนัก จึงต้องกราบขออภัยไว้เสียแต่เนิ่น ๆ ณ ตรงนี้ เวิ่นเว้อมานาน เข้าเรื่องของคำตอบกันเลยแล้วกันนะครับ

โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบเล่น Build นี้ใน Map ยึด Object ที่เป็นสถานที่อย่างเดียว เช่น Map Battle of Kyhlo เป็นพิเศษ เพราะเป็น Map ที่ทำให้ Build นี้เล่นง่าย ผมจะคอยยืนคุม Object ที่อยู่กึ่งกลางแผนที่ ซึ่งเป็นจุดที่มีการปะทะกันค่อนข้างบ่อย เนื่องด้วยมันอยู่ตรงกลางเนี่ยแหละ สาเหตุที่ผมวางตัวละครไว้ตำแหน่งนี้เพื่อปิดจุดอ่อนของ Build ที่ว่านี้ และใช้งาน Build ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ เพราะ Move Speed เราช้าครับ อยู่ในตำแหน่งนี้ดีที่ว่าไม่ต้องเดินไปไหน เดี๋ยวศัตรูก็วิ่งเข้ามาหาเราเอง เป็นตำแหน่งที่ปะทะกันบ่อย ก็ดึงความสามารถในการ Heal การยื้อ การ Support ทีมได้อย่างเต็มที่ โดนให้ความสำคัญกับการ Heal เพื่อนร่วมทีมเป็นหลัก หากทีมเราได้เปรียบก็ขยับไปไล่ป่วนแนวหลังฝ่ายศัตรู แต่อย่างวิ่งไล่ออกไปไกลจาก Object มากนะครับ เพราะเราวิ่งช้าตามเขาไม่ทันหรอก แค่ไล่ให้เขาเสีย Object ก็พอแล้ว PvP มันไม่ได้มีแต่ Kill ยึด Object ต้องมาก่อนนะครับ! การปิดฉากคู่ต่อสู้หลัก ๆ จะเป็นหน้าที่ของเพื่อนร่วมทีมเสียมากกว่าตัวเราเอง และเพื่อให้เพื่อนร่วมทีมทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราจึงต้องคอยช่วยเหลือเขา เพื่อชัยชนะของพวกเราทุกคนครับ

แต่เวลาเจอ Map ที่มี Object พิเศษ อย่าง Spirit Watch ที่มี Orb ให้เราเก็บ Map พวกนี้จะทำให้เราเล่นค่อนข้างยากครับ ฐาน Object อยู่ค่อนข้างไกลจาก Object พิเศษ จะยืนแช่ ไม่ไปช่วยเพื่อนก็ไม่ได้ จะวิ่งขึ้นวิ่งลงก็เสียเวลาสุด ๆ เรียกว่าเป็น Map ที่ทำให้ Build เราเล่นลำบาก ตอนโหวตเลือก Map ก็พยายามเลือก Map ที่เล่นไดง่าย ๆ อย่าเลือกเล่น Map ที่มันมีของเล่นจุกจิกเยอะเลย เล่นลำบากตั้งแต่เจอ Map มันไม่ตลกหรอกนะ และสุดท้ายภาวนาให้มันสุ่มได้ Map ที่เข้าทางเราซะ!

สิ่งที่น่ารู้ต่อมาคือเราควรจะอยู่ในธาตุไหน เมื่อไหร่ ? เพราะการเปลี่ยนธาตุแต่ละธาตุของ Build นี้มีความหมาย มีความแข็งแกร่งสำหรับแก้ทางในตัวของมันเอง และยังเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เราเล่นง่ายหรือเล่นลำบากขึ้น ที่จะส่งผลถึงไปถึงความได้เปรียบเสียเปรียบของทีมอีกด้วย ทีนี้เรามาเริ่มไล่กันไปทีละธาตุ ธาตุไฟเรากดใช้เมื่อต้องการทำ Damage ใส่ศัตรู หรือ เป็นตัวเลือกสุดท้ายเวลาที่เปลี่ยนเป็นธาตุอื่นไม่ได้ หรือ เปลี่ยนเพื่อกดใช้ Skill Fire Shield เอา Aura และกด Burning Speed เพื่อวิ่งหนี ส่วนธาตุน้ำเรียกว่าเป็นหัวใจของ Build นี้ เราต้องคำนวณเวลา ใช้ดีก่อนจะกดเพื่อเปลี่ยนเข้าสู่ธาตุน้ำ หรือ เปลี่ยนไปยังธาตุอื่น เพราะเป็นธาตุที่อุดมไปด้วย Skill Heal ที่ช่วยยื้อเกม ยื้อชีวิตทั้งของตัวเราเองและเพื่อนร่วมทีมออกไปได้เรื่อย ๆ การใช้ Overload Water ทุกครั้งควรคิดล่วงหน้าให้ดี เพราะหลังจากนั้น 20 วินาที เราจะไม่สามารถเปลี่ยนเข้าสู่ธาตุน้ำได้ แล้วยิ่งถ้า Skill Heal ใน Slot Skill ถูกใช้ไปหมดแล้ว นั่นเป็นจังหวะที่คุณอ่อนแอที่สุด จงระวังตัวให้ดี! ธาตุอากาศ (สายฟ้า) กดใช้เพื่อหวังผลในการเคลื่อนที่โดยมากแล้วจะเป็นเพื่อหนี มากกว่าเข้าทำ โดยหวังผลจาก Overload Air มี Skill CC ที่คอยหยุด ตัดจังหวะศัตรูได้ดีอย่าง Shocking Aura และ Gale ส่วนธาตุดิน เป็นธาตุที่เพื่อน ๆ ควรใช้เป็นธาตุหลักเมื่อเข้าปะทะ เพราะนอกจากจะได้ความถึกจาก Traits มาเพิ่มเติมแล้ว ยังมี Skill สุด OP อย่าง Obsidian Flesh ไว้ยื้อชีวิตได้อีก เป็นธาตุสำคัญอันดับที่สองของ Build นี้รองลงมาจาก Water เลย

สำหรับอาชีพไหนที่ควรเข้าทำหรือควรถอย นอกจากจะรู้อาชีพของอีกฝ่ายแล้ว ต้องสังเกตอาวุธในมืออีกฝ่ายด้วยครับ เพราะมันจะเป็นตัวบ่งบอกถึง Build ของอีกฝ่ายได้ค่อนข้างนอก ในส่วนของอาชีพที่เราควรเข้าไปปั่นป่วนเขาที่สุด คือ พวกบรรดา Ranger(Long Bow) Elementalist(ถือ Staff) ครับ เพราะน้อยคนจริง ๆ ที่จะสร้าง Damage จนเราเจ็บเจียนตายได้ ถ้าเจอระหว่างทาง เราวิ่งเข้าหา เขาสู้ไม่ยอมถอยก็จัดหนักได้เลยครับ โอกาสชนะมากโขอยู่ แต่ถ้าเขาวิ่งหนีก็ตาม Step เดิมครับปล่อยเขาไป







ส่วนอาชีพที่ควรหลีกหนี ถอยห่าง หรือภาวนาไม่ให้ Match เจอกันเลย คือ Warrior หรือ Thief ครับ 2 อาชีพนี่คือที่สุดของความเกลียดสำหรับตัวผมเลย Warrior นี่ตีแรงเว่อ ๆ แถม CC หนัก ๆ ก็มาก ถ้าเจอะหน้า ปะทะกันแล้ว จะวิ่งหนีพวกมันก็หนีไม่ทัน เวลาเราได้เปรียบจะวิ่งไล่ก็ไล่ไม่ทันอีก เวลาเจอนี่เป็นอะไรที่ปวดหัวมาก ๆ เลยครับ เวลาอยู่ตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อนร่วมทีมอยู่ใกล้ ๆ ส่วน Thief ที่เข้าออกไว Damage แรง แถม CC หนัก มีหายตัวจะเข้ามาตีเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ประมาทไม่ได้เลยครับ เวลาเจอ Thief นี่ไม่ต้องรอสังเกตอาวุธที่มันถือนะครับ จะมีด ดาบ ปืน หรือกระบองก็ปวดหัวด้วยกันทั้งนั้น พวกเล่นโหด ๆ เข้ามาตีเราแข็งเป็นหิน ฟาด ๆ พอพิษหินหมด เขาก็ถอยไปเอายืนกระหน่ำยิงเราจากระยะไกลอีก น่ารำคาญสุด ๆ ถ้ามองเห็นมันจากไกล ๆ ก็พยายามเลี่ยงเท่าที่จะทำได้ครับ แต่เชื่อผมเถอะ เล่น 3 เกมต้องเจอกันสักตา Thief เนี่ย แก้ไขเขามันแก้ยาก แก้ที่เราดีกว่า ฉะนั้นควรอยู่กับเพื่อนไว้จะดีที่สุดครับ! นอกจากจะช่วยทีมได้แล้ว ยังลดภาระตัวเองได้อีกด้วย ไม่ต้องมาหัวร้อนกับอาชีพที่เราค่อนข้างแพ้ทางพวกเขา

ส่วนภาพด้านล่างนี้เป็นสถิติจากการต่อสู้ภายใน Match PvP ครับ ถึงแม้ว่าผมยังไม่เทพขนาดรับความเสียหายได้ 5 แสนกว่า เป็นอมตะไม่ตายเลยสักครั้งเดียว แต่จากสถิติพวกนี้ก็พอจะบอกเราได้ว่า Build นี้เป็น Build ที่อึดถึก สามารถทำ Damage ได้พอตัว และ Support ทีมด้วยการแจกจ่าย Boon และ ลบ Condition ได้ดีจริง ๆ ครับ







สำหรับบทความในวันนี้ก็คงจบลงแต่เพียงเท่านี้นะครับ หวังว่าเพื่อน ๆ จะนำไปประยุกต์เล่นกับตัวเองได้ หรืออย่างน้อย ๆ เวลาเจอเพื่อนร่วมทีมหรือศัตรูที่เป็น Build นี้ก็รู้ข้อดี-ข้อด้อยแล้วนำมาใช้เป็นประโยชน์ได้ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้านะครับ บ๊ายบาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: