GAME UPDATE :

Hearthstone - February 2019 NERF

Hearthstone - February 2019 NERF


ยังไม่ทันจะครบ 2 เดือนดี การเนิร์ฟการ์ดระลอกใหม่เพื่อปรับ Balance ให้กับตัวเกม Hearthstone ก็เกิดขึ้นอีกครั้งอย่างสายฟ้าแลบ!! และแน่นอนว่าเป้าหมายของการเนิร์ฟในแต่ละครั้งคือขุมกำลังความแข็งแกร่งของเด็ค Tier 1 ในแต่ละ Meta ในรอบนี้จะมีการ์ดใบไหน ของ Class ใดบ้างนั้น ไปรับชมกันได้เลยครับ

ประวัติศาสตร์ยังต้องจารึกเมื่อป้า Valeera โดนเนิร์ฟอย่างต่อเนื่องไม่ว่างเว้นในแต่ละปี ครั้งนี้การ์ดใบสำคัญอย่าง 'Cold Blood' คือเป้าหมายการปรับ Balance ด้วยการเพิ่มค่าร่ายของการ์ดเวทใบนี้ขึ้นอีก 1 หน่วย จาก 1 กลายเป็น 2 แม้จะดูเป็นการเนิร์ฟเล็กน้อย แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นมหาศาลมากเลยทีเดียว

จากการ์ดที่เคยมีค่าร่ายเป็นเลขคี่ สามารถนำมาจัดเด็ค Odd Rogue ได้อย่างสบาย ๆ แถมเข้ากับความดุดันเป็นเด็คบุกด้วยแล้ว ยิ่งเป็นการส่งเสริมความแข็งแกร่งของเด็ค Odd Rogue ไปกันใหญ่ เมื่อถูกปรับเปลี่ยนให้ค่าร่ายกลายเป็นเลขคู่ก็จะไม่สามารถใช้งาน Cold Blood กับเด็ค Odd Rogue ได้อีกต่อไป แถมค่าร่ายที่มากขึ้น 1 นี้ยังทำให้ Miracle Rogue ที่หายหน้าหน้าตาไปเล่นได้ลำบากมากขึ้นอีกด้วย ค่าร่ายที่มากขึ้นก็ทำให้จำนวนการ์ดที่จะจั่วได้จาก Gadgetzan Auctioneer น้อยลงไปด้วย อีกทั้งการใช้งาน Cold Blood โดยทั่วไป หากจะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วจำเป็นต้องเล่นการ์ดใบอื่นเพื่อเปิด Combo นั่นหมายความว่า ต้องใช้มานา 3 หน่วยเป็นอย่างน้อย หรือจำเป็นต้องเล่นกับการ์ดร่าย 0!!

Tempo Rogue ที่ใช้งาน เจ้าชาย Prince Keleseth ก็ไม่สามารถเล่นควบคู่กับ Cold Blood ได้อีกต่อไปแล้ว จะคงเหลือเด็คน่าเล่นน่าใช้งานสำหรับ Cold Blood คงจะเป็น Even Pirate Rogue ที่เมื่อก่อนขาดการ์ดสำหรับปิดเกม ทำ Damage ได้ไม่พอที่จะจบเกมนั้น ๆ คราวนี้ก็ได้รับ Cold Blood มาเสริมในส่วนนี้ กระนั้นการเล่น Cold Blood แต่ละครั้งจำเป็นต้องจ่ายมานาอย่างน้อยที่สุดถึง 4 หน่วย... ด้วยปริมาณมานาที่มากขนาดนี้ ก็อดที่จะกังวลไม่ได้ว่าหวังปรับ Balance แล้ว Cold Blood จะกลายเป็นการ์ดไม่น่าใช้งานไปเสียแล้ว

แม้เด็ค Rogue จะสูญเสียใบไพ่ตายอย่าง Cold Blood ไป กระนั้นผมก็ยังเชื่อว่าเจ๊ Valeera ไม่หมดสิ้นหนทางที่หวนกลับคืนสู่บัลลังก์เด็ค Tier 1 ใน Meta อยู่ดีครับ



ใบต่อมาเป็นการเนิร์ฟที่ส่งแรงสะเทือนไปถึงโหมด Wild กับการปรับค่าร่ายของ 'Flametongue Totem' จากแต่เดิม 2 ให้เป็น 3 หน่วย แม้จะดูเป็นค่าร่ายเเพิ่มเติมแค่เล็กน้อย แต่ก็ส่งผลกับเด็ค Even Shaman ที่ไม่อาจใส่การ์ดที่มีค่าร่ายเป็นเลขคี่ได้อีกต่อไป

สำหรับเด็คโดยทั่วไปเองก็สูญเสียความแข็งแกร่งในการคุม Tempo บอร์ดจากการลง Flametongue Totem ไปเพิ่มพลังโจมตีให้มินเนี่ยนในบอร์ดอีก 1 เทิร์น ซึ่งนั้นก็มากพอที่จะสร้างความได้เปรียบ-เสียเปรียบของเด็คที่อาศัยการ Tempo บอร์ดเป็นเงื่อนไขในการชนะครับ



เนิ่นนานจริง ๆ ถึงจะมีการ์ดของ Paladin ถูกเนิร์ฟ... ห่างหายไปนานมากแล้วจริง ๆ พอโดนหางเลขในครั้งนี้ก็กลายเป็นใบสำคัญสุด ๆ ที่เด็ค Control Paladin ต่างต้องหวังพึ่งพามัน... และการ์ดใบนั้นก็คือ 'Equality' นั่นเองครับ

และด้วยความที่ตอนนี้มีการ์ดที่ใช้ความสามารถจากการเล่นการ์ดที่มีค่าร่ายเป็นคู่หรือคี่ การจะเพิ่มค่าร่ายให้กับ Equality อีก 1 หน่วยตามรูปแบบการปรับ Balance ทั่ว ๆ ไปจึงไม่สามารถใช้คู่กับการ์ดใบนี้ได้ เพราะหากปรับเปลี่ยนค่าร่ายเป็น 3 หน่วยโอกาสที่ Odd Paladin จะกลับมาผงาดอีกครั้ง กลายเป็นมะเร็งที่ยากต่อการต่อกรก็มีมากขึ้น ด้วยเหตุนั้นจึงต้องเพิ่มค่าร่าย 2 หน่วย Equality จึงกลายเป็นการ์ดเวทร่าย 4 ที่มีค่าร่ายมากกว่าเดิมถึง 2 เท่า!!

เมื่อ Equality กลายเป็นการ์ดค่าร่าย 4 หน่วยแล้ว Combo เคลียร์บอร์ดอย่างที่เคยได้เล่น ได้ใช้งานมา ณ ตอนนี้จะกลายเป็น Combo 6 หรือ 8 มานาเพื่อล้างบอร์ด ซึ่งมันช้ากว่าเดิมมากเลยทีเดียว ความน่าใช้งานจึงลดต่ำลง ในขณะที่การ์ดที่มีความสามารถคล้ายคลึงกันอย่าง 'Shrink Ray' ที่มีค่าร่ายมากกว่า 1 หน่วยและเพิ่มความสามารถเปลี่ยนพลังโจมตีของมินเนี่ยนให้กลายเป็น 1 ด้วย กลับกลายเป็นการ์ดที่น่าจับตามองขึ้นเยอะเลยครับ เราอาจจะได้เห็นการใช้งาน Shrink Ray แทน Equality ในเด็ค Paladin Meta หน้าก็เป็นได้ครับ



และแล้วก็มาจึงเจ้าแห่งบัลลังก์ Hearthstone ใน Meta ก่อนหน้านี้ที่ออกอาละวาดจนผู้เล่นหลาย ๆ ถึงกับต้องเปลี่ยนชื่อเกมให้เป็น Hunterstone กันลยทีเดียว ด้วยเหตุนั้นในการปรับ Balance ครั้งนี้จึงมีการ์ดจาก Hunter ถึง 2 ใบที่ถูกเนิร์ฟครับ

ใบแรกที่โดนหางเลขครั้งนี้คือ 'Hunter's Mark' โดยถูกปรับเปลี่ยนค่าร่ายให้เพิ่มขึ้นอีก 1 หน่วย ในแง่ของการใช้งานโดยทั่วไปแล้ว แทบไม่มีผลต่างจากเดิมมากนัก ในเด็ค Spell Hunter หรือ Secret Hunter ก็ยังคงเป็นการ์ดเวทที่ดีใบหนึ่งและน่าใช้งาน ผลกระทบจาการเนิร์ฟครั้งนี้หลัก ๆ คงไปอยู่ที่ Odd Hunter ที่เป็นเด็ค Aggro สุดทางเสียมากกว่าเพราะได้สูญเสียการ์ดสำหรับเคลียร์มินเนี่ยนตัวใหญ่ มินเนี่ยนติด Taunt สบาย ๆ อย่าง Hunter's Mark ไป การเคลียร์บอร์ดโดยไม่ต้องเสียมินเนี่ยนบนบอร์ดกลายเป็นเรื่องยากไปเสียแล้ว กระนั้นก็ยังเป็นการเปิดทางให้กับ Even Hunter ที่ดูมีแววว่าจะเล่นได้หลังการปรับ Balance ในครั้งนี้



ลำดับต่อมาเป็นการ์ดที่ OP สุด ๆ หากสามารถใช้งานมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 'Lesser Emerald Spellstone' การ์ด Spell Stone ของ Hunter แม้จะมีค่าร่ายเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 1 แต่ความแข็งแกร่งของการ์ดใบนี้ก็สูญเสียไปไม่น้อย เพราะกว่าจะได้ใช้งาน Lesser Emerald Spellstone ก็เป็นเทิร์น 6 ซึ่งเป็นเทิร์นที่หลาย ๆ Class ต่างมีการ์ดเวทสำหรับเคลียร์บอร์ดไว้ใช้งานพร้อมรออยู่แล้ว ซึ่งนั่นอาจทำให้เราสูญเสีย Damage ไปมากถึง 12 หน่วยเลยทีเดียว!! กระนั้นเมื่อ Lesser Emerald Spellstone เป็นการ์ดเวทค่าร่ายคู่แล้ว ก็สามารถจัดใส่เด็ค Even Hunter ที่มี Secret ไว้พร้อมใช้งานสามารถใส่การ์ด Hero ได้ทั้ง 2 ใบ ในแง่นี้ก็ดูเหมือนว่าจะสามารถนำมาเล่น นำมาใช้งานได้จริงแล้วครับ



การปรับ Balance ในช่วงหลัง ๆ ก็มีเป้าหมายเป็นการ์ด Basic และ Classic ที่เราต่างรู้ดีว่าการ์ดเหล่านี้ทรงพลังและถูกใช้งานในหลาย ๆ เด็ค จนบางครั้งก็ใช้งานพวกมันมากกว่าการ์ดใบใหม่ ๆ เสียอีก ซึ่งนั่นอาจส่งผลให้การ์ดใหม่ ๆ กลายเป็นการ์ดที่น่าจับตามองมากกว่าที่แล้ว ๆ มาครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: