GAME UPDATE :

รีวิวแรก! Resident Evil 2 Remake หลังจากทดสอบ Demo ภายในงาน PSX 2018 ดีอย่างที่คุยไว้หรือไม่? คุ้มค่าสมการรอคอยแค่ไหน!?



รีวิวแรก! Resident Evil 2 Remake หลังจากทดสอบ Demo ภายในงาน PSX 2018 ดีอย่างที่คุยไว้หรือไม่? คุ้มค่าสมการรอคอยแค่ไหน!?

ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นเลยว่า ผู้เขียนตั้งตารอคอยที่จะไปทดลองเล่นเกม Resident Evil 2 เป็นอย่างมาก และโชคดีเหลือเกินที่แฟนเกมชาวไทยเป็นประชากรชาวเกมเมอร์กลุ่มแรกๆ ของโลกที่ได้ทดสอบภายในงาน PlayStation Experience SEA 2018 หลังจากจบงาน E3 2018 ที่สหรัฐอเมริกไป ต้องขอแอบบอกว่าเกมนี้เป็นเกมที่มีคนต่อแถวภายในงานยาวและเยอะที่สุด! (ชนิดต่อเช้าได้เล่นกันบ่ายเลย)



ตัว Demo เราจะได้เล่นเป็น Leon Kennedy ซึ่งเริ่มเกมปั๊บก็ตัดสู่เข้ามุมมอง Over-the-Shoulder แบบข้ามใหล่แบบใหม่ทันที แม้ส่วนตัวจะเคยเล่นภาค 2 มาก่อนแล้ว แต่ยอมรับเลยว่าชอบการบังคับและมุมมองแบบใหม่มากกว่า เหตุผลเพราะมันง่ายในการขยับและหันไปในทิศทางต่างๆ ไม่มีความเงอะงะ และแม้คุณจะเล่นครั้งแรกหรือไม่เคยเล่นเกมนี้เลย ก็จะไม่งงกับปุ่มบังคับแน่นอน มีส่วนผสมคล้าย Resident Evil 4 และคล้ายเกมอย่าง God of War ที่เพิ่งวางจำหน่ายไป

ในตัว Demo ที่เล่น เวลาเซฟเกมด้วยเครื่องพิมพ์ดีด ไม่จำเป็นต้องใช้ตลับหมึกแบบในภาคเก่า ซึ่งดีในแง่ของไม่รกช่องเก็บของ เริ่มต้นมามีช่องเก็บของให้แค่เพียง 8 ช่อง ซึ่งน้อยมากๆ นับปืน 1 กระบอก กระสุน 1 กล่อง ก็เหลือแค่ 6 ช่องแล้ว กล่องลังไว้เก็บของที่วางตามจุดตามๆ ก็ยังคงมีเหมือนเดิมเพราะเราขนได้จำกัด ในแง่การดีไซน์ UI และปุ่มต่างๆ มันให้ความรู้สึกคล้าย Resident Evil 7 เยอะเหมือนกัน



ในตัว Demo จะเริ่มเนื้อเรื่องช่วงเหตุการณ์ภายในสถานีตำรวจ Raccoon City (RPD) คุณดูคลิปวิดีโอแล้วเห็นเหตุการณ์บางอย่างไม่ชอบมาพากลจึงไปสืบสวน บรรยากาศตลอดทั้งเกมค่อนข้างมืดมาก (ย้าว่ามากๆ) ถ้าให้เทียบกับภาค Original นั้นสว่างกว่าเยอะ แต่ภาค Remake เล่นกับอารมณ์ความรู้สึกในส่วนของ แสง สี เสียง ได้เต็มที่ สิ่งที่เรามาจากแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กๆ ของ Leon เท่านั้นเอง และเราจะมองเห็นด้านหน้าตรงไปไม่ไกลนัก ดีเทลพวกเลือดสาดกระจายต่างๆ ก็ทำให้บรรยากาศยิ่งดูหลอนและน่ากลัว ยดน้ำฝนที่ตกจากภายนอก หรือ เสียงเบาๆ เพียงเล็กน้อยก็ทำให้ตกใจได้ จุดนี้ขอชมเลย เพราะความน่ากลัว ความหลอน มันบิ้วได้ครบแบบทุกสัมผัส ทั้ง ตา หู และการเล่นด้วยมือเรา



การเล็งไม่มี Auto Aim (จุดนี้สารภาพว่าไม่ได้เช็ค Option ว่ามีให้เลือก Auto ได้ไหม) และโหมดที่ทดสอบเป็นโหมดยากสุด ซอมบี้จึงตายค่อนข้างยากมาก ชนิดสาดกระสุนโดน Headshot เต็มๆ 4-5 นัดก็ยังไม่ตาย! ถ้าเล็งไม่ดีกระสุนหมดก่อนได้เลย เพราะมีให้เก็บน้อยมาก ได้ความรู้สึกหืดขึ้นคออยู่เหมือนกัน อาวุธประเภทมีดในภาคนี้มีค่า duration หรือความคงทนถาวร แปลว่ามันพังได้! และเวลาเราใช้แทงซอมบี้มันจะติดไปที่ตัวซอมบี้ด้วย ถ้ามันไม่ตายคุณก็ต้องทำให้มันตายก่อนจะหยิบมีดคืนมา Herp สมุนไพรยังคงมีให้เก็บเช่นเดิม มีเป็นต้นแบบภาคเก่าเลย ไม่ต้องกลัวเปลี่ยน Gunpowder ก็ยังมีให้เก็บเช่นกัน อ้อ! คุณสามารถอัพเดทช่องในกระเป๋าได้เมื่อเจอ Expansion Pouch Bag (เพิ่มที่ละ 2 ช่อง)

ด้าน Puzzle ปริศนาในเกมกลับมาเหมือนเดิม ทั้งแบบง่ายที่แบบใช้ Common Sense ธรรมดาก็ไขได้ไม่ยาก กับแบบคิดหัวแทบแตกก็มีเหมือนกัน ใครกลัวเกมนี้เป็น Action ล่ะก็วางใจได้ 100% ว่ามันไม่ใช่แน่นอน ไม่เหมือนภาค 6 หรือภาคที่ 5 มันคือ Resident Evil 2 ที่ได้รับการปรับปรุง คัดเกลาให้กลมกล่อมขึ้น สวยขึ้นและน่ากลัวขึ้น ด้วยระยะเวลาจำกัดในการทดสอบ Demo จึงเล่นไปได้ไม่จบเกม เหตุการณ์หลักๆ จะเกิดขึ้นในสถานีตำรวจ Raccoon City ซึ่งจะมี Map ให้ (มีคนแซวว่าในที่สุดสถานีนี้ก็มีห้องน้ำเสียที ฮ่าๆ เพราะภาคเก่าไม่มีนะจ๊ะ) แต่จุดแตกต่างก็มีตัวละครบางตัวในภาคเก่า อาทิ Marvin Branagh มีบทพูดและ Cut Scene ที่ได้รับการปรับใหม่ ทำให้มันดูสมูธและเหมาะสมกับยุคสมัยปัจจุบัน ทั้ง Text ที่คุยกับเรา อีกอย่างที่ชอบคือการแสดงสีหน้าของ Leon มันไม่แข่งทื่อ แต่มีความสงสัย มีความตกใจกับสิ่งที่พบกเจอซึ่งแลดูเป็นธรรมชาติ (ไม่ใช่นิ่งแบบ Leon ที่เก่งแล้วเหมือนภาคที่ 4 และ 6)



สรุป ประทับใจดังที่หวัง คือก่อนไปเล่นคาดหวังอะไรไว้ หลังเล่นแล้ว มันสมหวังดังที่คาดไว้ทุกประการ ถ้าจะมีข้อติก็แค่ได้เวลาเล่นน้อยไปหน่อย ไม่หนำใจ แต่พูดได้เลยว่าหากคุณเป็นแฟนซีรี่ส์ Resident Evil โดยเฉพาะ 3 ภาคแรกที่เน้นความหลอนสยอง คุณจะไม่ผิดหวัง และแม้คุณจะเป็นผู้เล่นเก่า หรือผู้เล่นหน้าใหม่ที่ไม่เคยเล่นซีรี่ส์ Biohazard มาก่อน คุณก็สามารถเล่นได้ด้วย Feature และ Gameplay ที่ปรับใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย ทั้ง Animation ตัวละคร การเคลื่อนไหว การบังคับ ยิ่งถ้าได้เจอตัวละครอื่นๆ เพิ่มด้วย Claire Redfield, Ada Wond จะยิ่งน่าตื่นเต้นขนาดไหน ที่จะได้เห็นพวกเขาอีกครั้งในการตีความใหม่ งานนี้ต้องรอพิสูจน์ของจริง 25 มกราคม 2019 ที่จะถึงนี้ค่ะ



ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.thisisgamethailand.com

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไป ด้านบน

Thaiza update: