Facebook Twitter
gPlus 
-



Starbound Guide - สิ้นสุดการเดินทาง ณ The Ruin

จากที่ติดค้างเอาไว้ในคราวก่อนโน้น ผมจะมาสานต่อการพานพบกับเจ๊ Asra Nox ครั้งสุดท้ายในเกม Starbound ในบทความนี้กันครับ และเนื่องจากการพบกับเจ๊ Asra Nox ในครั้งสุดท้ายนี้เราจะพบเธอใน Mission Opening the Ark ซึ่งถือว่าเป็นเควสรองสุดท้ายในส่วนของ Story ของเกม Starbound กันเลยทีเดียว และเธอไม่ได้อยู่ในฐานะของบอสประจำ Mission นี้ แต่อย่างใด เพราะโดน The Ruin แย้งซีนไปเต็ม ๆ



แม้ Mission Opening the Ark จะเป็นเควสรองสุดท้าย แต่นี่จะเป็นเควส Mission ท้ายสุดสำหรับการต่อสู้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นท้ายที่สุดหรือสุดท้ายล้วนเป็นการการันตีว่าเราจะเจอ Final Boss ของตัวเกม การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งนี้จึงมีความสำคัญมากกว่าครั้งอื่น ๆ อีกหลายเท่าตัวนัก! ว่าแล้วก็ไปเตรียมตัวให้พร้อมกันเลยครับ

ผมขอเริ่มต้นด้วยอุปกรณ์สุดแสนสำคัญที่ใช้สำหรับปราบบอสมานักต่อนักอย่าง Nanowrap Bandage เจ้าเก่าเจ้าเดิม แต่ถูกยกระดับความสำคัญจากมีก็ดี ไม่มีก็ได้ กลายเป็นของจำเป็นที่ควรจะมีติดตัวไว้ใช้ เพราะมีโอกาสจะโดนยิงบีมตัวแตกตายได้ง่าย ๆ หากไม่มี item ฟื้นฟูระดับพระกาฬติดตัวในสถานการณ์ฉุกเฉินครับ จะติดพวก Slim Pack เอาไว้ช่วยบัฟเสริมอีกนิดหน่อยก็ได้เช่นกันนะครับ


ในส่วนของอุปกรณ์สวมใส่อย่าง Armor เมื่อขึ้น Tier 5 และ 6 ก็จะมีตัวเลือกโต๊ะคราฟให้เพื่อน ๆ สามารถคราฟ Armor ได้ถึง 3 Set อันได้แก่
- Accelerator ชุด Set ที่สร้างจากโต๊ะคราฟนี้จะให้ค่า Energy สูงที่สุด 150 หน่วย
- Manipulator ให้พลังโจมตีหากถึง 360%
- Separator เพิ่มเลือดสูงสุด 120 หน่วย
สำหรับผมที่มีแผนใช้งาน Special Attack หรือกดใช้งาน Skill ของอาวุธรัว ๆ อยู่ในใจ แล้วสร้างตัวละครเป็นเผ่า Human ก็จะเลือกชุด Seeker's Set Armor ระดับ Tier 6 ซึ่งคราฟจาก Accelerator ตามภาพด้านล่างนี้ครับ


ในส่วนของอาวุธที่ใช้จัดการกับบอสควรเลือกอาวุธที่มีปัจจัยดังต่อไปนี้ไปใช้งาน
- มี Special Attack ที่สามารถโจมตีศัตรูแบบกลุ่มได้ เช่น Energy Whirl ที่เป็นการควงอาวุธหมุนเป็นวงกลมก่อนจะปล่อยวงล้อพลังงานนั้นไปโจมตีศัตรูที่อยู่ด้านหน้า เป็นต้น เนื่องจากระหว่างที่เราฟัดกับ The Ruin มีมอนสเตอร์ตัวเล็กตัวน้อยมาคอยกวนใหญ่เยอะมาก ๆ เป็นต้น
- อาวุธ Melee ที่สามารถสร้าง Dps ได้สูง หากสามารถโจมตีเป็นวงกว้างหรือสามารถปรับเปลี่ยนทิศทางในการโจมตีได้จะเหมาะสำหรับโจมตี The Ruin ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์และเป็นเป้านิ่งให้เราโจมตีมาก ๆ
- อาวุธระยะไกล สำหรับโจมตี The Ruin จากระยะไกลอย่างต่อเนื่องในจังหวะที่เราไม่สามารถเข้าไปโจมตีระยะใกล้ได้ถนัดนัก

และสิ่งสุดท้ายที่ต้องเตรียมการสำหรับฟัดกับ The Ruin ซึ่งอาจเป็นของแปลกและไม่เคยถูกแนะนำให้ใช้ใน Mission ก่อนหน้านี้เลย(เนื่องจากเป็นของสิ้นเปลือง) นั่นคือ "อาหาร" นั่นเอง! เนื่องจากใน Mission Opening the Ark มีความแตกต่างในเรื่องของแถบความหิวที่จะลดลงเรื่อย ๆ ในระหว่างที่ทำ Mission อยู่ เช่นเดียวกันกับการผจญภัยไปยังดาวต่าง ๆ ไม่เหมือน Mission อื่นที่ค่าความหิวจะไม่ลดลงเลย และนอกจากอาหารจะฟื้นฟูความหิวได้แล้ว อาหารบางชนิดยังมีคุณสมบัติเพิ่มบัฟพิเศษให้กับตัวละครของเราได้อีกต่าง!


เอาล่ะครับ เมื่อเตรียมของพร้อมลุยกันแล้วก็มุ่งสู่ Mission Opening the Ark กันเลย!

เมื่อเข้าสู่ตัว Mission Opening the Ark ปุ๊บ เพื่อน ๆ อาจพบสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างคุ้นชินตา ไม่เหมือนกับ Mission อื่น ๆ ที่มักไปลุยในสถานที่ปิด ไม่สามารถขุดเจาะฉากได้ต่างจาก Mission นี้ที่จะว่ากันตรง ๆ แล้วจะบอกว่ามันคือดาวเคราะห์ขนาดเล็กดวงหนึ่งให้เราสำรวจ ขุดเจาะเก็บทรัพยากร ฝ่าดงมอนสเตอร์ โดยมีจุดม่งหมายไปยัง "ใจกลาง" ของดาวเคราะห์ดวงนี้เพื่อจัดการกับ The Ruin บอสของ Mission นี้นั่นเอง

ที่ดาวเคราะห์ดวงนี้ เพื่อน ๆ สามารถเก็บ Block Tentacle Cluster และ Jelly Blob ที่หาได้ทั่วไปสำหรับตกแต่งบ้านของตัวเองด้วยนะครับ สภาพแวดล้อมอื่น ๆ ก็จะมีน้ำพิษ บ่อพิษโผล่ให้เห็นประปรายกับมอนสเตอร์ที่มักมีลูกตาดวงโต ๆ ประดับอยู่บนตัวของพวกมัน ระดับความยากของมอนสเตอร์ก็อยู่ราว ๆ Tier 5-6 ที่จัดการได้ไม่ยากเย็นนัก แต่มีเยอะจนน่ารำคาญใจเลยล่ะ


เมื่อเราเข้าใกล้ "ใจกลาง" ดาวเคราะห์ภาพพื้นหลังก็จะเปลี่ยนเป็นสมองหลาย ๆ ก้อนกองสุมรวมกันอยู่ เหมือนกับภาพด้านล่างนี้เลยครับ เมื่อเพื่อน ๆ มาเจอสภาพแวดล้อมที่ว่านี้ ก็เตรียมตัว เตรียมใจกันได้เลย เพราะอีกไม่นานก็จะถึงตัวบอสแล้วครับ

เจอประตูห้องบอสอย่างกับเกม Rockman ก็เป็นการสิ้นสุดการเดินทางครั้งนี้ครับ ผ่านประตุนี้ไปจะมีแต่การลุยแหลกแล้ว!

เมื่อผ่านประตูเข้าสู่เขตพื้นที่ที่ต้องปะทะกับบอสเข้ามาก็จะเจอกับเจ๊ Asra Nox ที่มาดักรอเราอยู่แล้ว การโจมตีของเธอแทบไม่ต่างจากเมื่อครั้งเราเจอเธอที่ Mission The Grand Pagoda Library เลย แต่สิ่งที่ต่างออกไประหว่างที่เราเจอเธอครั้งแรกกับครั้งนี้คือความต่างของอุปกรณ์สวมใส่ของเราเองนี่แหละ


ซัด Special Attack ยัดหน้าเจ๊ไปไม่กี่ทีเลือดก็แทบหมดหลอดแล้วครับ เรียกว่าเป็นการต่อสู้ที่ไม่รู้สึกถึงความท้าทายใด ๆ เลย ขนาดหลอดเลือดของเจ๊ Asra Nox ยังเหมือนกับมอนสเตอร์ดาด ๆ ข้างนอกทั่วไปที่เก่งกว่ามอนสเตอร์บนดาวเคราะห์ดวงนี้ขึ้นมาหน่อยเดียวเท่านั้นเอง



และหลังจากที่เราเราปราบ Asra Nox ลงได้ ฟังคำบ่นปอดแปดแล้วปล่อยให้เจ๊แกหนีไปได้ โจทย์ของเราอย่าง The Ruin หรือ Heart of Ruin บอสในคราวนี้ก็จะลืมตาตื่นมาฟัดกับเราแล้วครับ

เห็นรูปร่างหน้าตาประกอบกับแผนที่ที่มีหนวดปลาหมึกเต็มไปหมดเลย พอจะจำอะไรได้ไหมครับ ? ในดาวบ้านเกิดของเราตอนเปิดเกมเองก็โดนเจ้าหนวดปลาหมึกโจมตีจนเราต้องหนีมานี่แหละ นี่มันโจทย์เก่าตั้งแต่เปิดเกมเลยนี่หว่า!


พอรู้แล้วว่ามันคือเจ้าสัตว์ประหลาดที่ทำลายดาวบ้านเกิดของเราแล้ว ก็มาทำความรู้จักการโจมตีของ Heart of Ruin เพื่อเตรียมตัวปราบมันชำระแค้นกันบ้าง!

การโจมตีของ Heart of Ruin มีเพียง 3 รูปแบบดังต่อไปนี้ครับ

Eruption

- Heart of Ruin จะชาร์ตลำแสงชั่วขณะหนึ่ง โดยบริเวณที่จะถูกโจมตีจะมีเส้นแสงลอยขึ้นสังเกตได้ไม่ยากนัก ก่อนจะยิงโจมตียังบริเวณกึ่งกลางของห้อง กินพื้นที่ราว ๆ 1 ใน 3 ส่วน และสร้างความเสียหายระดับ "หนักมาก ๆ" หากโดนโจมตีด้วย Eruption จะมีโอกาสตายคาที่เลยล่ะครับ

วิธีการหลบทำได้ไม่ยากนัก หากเห็นท่าทีว่า Heart of Ruin จะใช้ Eruption ก็เพียงแค่รีบวิ่งมาหลบยังมุมห้องเท่านั้นเอง ในระหว่างนี้เราอาจโจมตีระยะใกล้ไม่ได้ ก็ให้ใช้อาวุธยิงระยะไกลในการโจมตีแทนครับ

แล้วก็ลำแสงของ Eruption จะทำลายมอนสเตอร์ที่อยู่ในขอบเขตของมันด้วย! บางครั้งเห็นมอนสเตอร์โจมตีไกลอยู่ในระยะของ Eruption ก็ไม่ต้องเข้าไปตีมันหรอกครับ เดี๋ยวพอลำแสงยิงออกมาก็ตายไปเอง เข้าไปตีเสี่ยงจะตายคู่กับมันเปล่า ๆ



Tentacle Drill

- Heart of Ruin ใช้หนวดทะลวงพื้นดินโจมตีมุมห้องด้านซ้าย ขวา หรืออาจจะทั้ง 2 ฝั่งพร้อม ๆ กัน หากเราโดน Tentacle Drill โจมตีตัวละครของเราจะกระเด็นเข้าสู่ใจกลางห้อง แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปครับเพราะ Heart of Ruin จะไม่ใช้ Eruption โจมตีพร้อมกับ Tentacle Drill ที่ดูเป็น Combo โจมตีเต็มพื้นที่อย่างแน่นอนครับ!

Spatial Sunder

- การโจมตีสุดท้ายของ Spatial Sunder คือการเปิดวาปเพื่อดึงมอนสเตอร์จากดาวเคราะห์ต่าง ๆ มายังที่นี่ โดยตำแหน่งที่มอนสเตอร์จะโผล่ออกมาจะเป็นแบบสุ่มซ้ายบ้างขวาบ้างตามแต่ก้อนพลังงานสีดำจะตกกระทบพื้นที่ไหน และจะเกิดมอนสเตอร์ครั้งนึงก็ราว ๆ 3-4 ตัวครับ


มอนสเตอร์ที่โผล่ออกมาก็หน้าตาคุ้นเคยกันใช่ไหมล่ะครับ วิธีรับมือก็แตกต่างกันไปตามแต่ละตัวสร้างความวุ่นวายใจให้เราเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะรับมือ Heart of Ruin ได้อย่างสบายใจก็ควรจะจัดการเก็บมอนสเตอร์จาก Spatial Sunder ให้เรียบร้อย ไม่ควรปล่อยเอาไว้ ยิ่งดองไว้เยอะ ตัวเราเองก็จะยิ่งเล่นลำบาก เผลอ ๆ จะโดนพวกตัวเล็กตัวน้อยนี่ตอดจนกระเด็นเข้า Eruption  จนตัวแตกก็ได้นะครับ


สภาพห้องที่ใช้ต่อสู้กับ Heart of Ruin เป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่โล่ง ๆ ที่เราสามารถวิ่งไปวิ่งมาเพื่อหลบการโจมตีของบอสได้อย่างสบาย ๆ ทว่าที่มุมห้องทั้งซ้ายขวาจะมีมอนสเตอร์แมลงตัวเล็ก ๆ โผล่ออกมาเรื่อย ๆ คอยรบเร้า รบกวนเรา แม้ตัวบอสจะที่มีขนาดใหญ่โต แถมยังไม่ทำ Damage ใส่เราด้วยหากเรากระโดดชนตัวของ Heart of Ruin (ไม่เหมือนมอนสเตอร์และบอสตัวอื่น ๆ ที่เวลาเราชนแล้ว HP จะลด) ดูเหมือนจะทำให้ใช้งานอาวุธ Melee กระโดดทิ่ม กระโดดฟันได้อย่างสบายใจก็จริง แต่ Heart of Ruin ก็เป็นบอสที่โคตรจะอึด ใช้เวลาค่อนข้างเยอะก่อนจะปราบลงได้ ฉะนั้นแล้วต้องไม่ลืมเก็บกวาดมอนสเตอร์ตัวเล็กตัวน้อยเพื่อเปิดพื้นที่ในการเล่นให้สบายขึ้นนะครับ


อย่างจังหวะในภาพด้านล่างนี้ผมหลุดตำแหน่งไปนิดหน่อย แล้วก็ปล่อยให้มีมอนสเตอร์ตัวเล็กตัวน้อยเยอะไปหน่อยโดนโจมตีติดต่อกันจนเลือดดำ เกือบจะตายเสียแล้ว หากไม่ได้ Nanowrap Bandage 2 ชิ้นติดช่วยยื้อชีวิต


ส่วนวิธีการจัดการมอนสเตอร์ตัวเล็กตัวน้อยดีที่สุดก็คือการใช้งาน Special Attack นั่นแหละครับ ยิ่งเป็น Special Attack ที่โจมตีได้ในระยะไกลและกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างด้วยแล้ว ทีเดียวก็กวาดเรียบแล้วล่ะครับ


เมื่อเราจัดการกับ Heart of Ruin ลงได้ก็จะเข้าสู่ช่วงท้ายของตัวเกมที่เราเล่นกันมาอย่างยาวนาน ทั้งตามเควสหลัก เก็บเควสรอง รวมถึงฟาร์มของ ฟาร์ม Item จนกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ในที่สุด ฉากจบก็มาอยู่ตรงหน้าเพื่อน ๆ แล้วล่ะครับ ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรก็เหมือนเคยติดตามกันภายในเกมนะครับ อิอิ



เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับบอส Heart of Ruin บอสตัวสุดท้ายของเกม แม้จะดูมีความท้าทายน้อยกว่าบอสตัวอื่นอยู่หน่อย ๆ แต่อย่างไรเสียก็เป็นบอสตัวหนึ่งใช้พลังงานในการปราบไม่น้อยเลย หวังว่าบทความนี้จะเป็น Guide ให้เพื่อน ๆ สามารถรับมือกับ Heart of Ruin ได้ดีขึ้นนะครับ แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า สำหรับในคราวนี้... สวัสดีครับผม



 

kanaken

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน