Facebook Twitter
gPlus 
-



Hearthstone Icecrown Adventure - The Upper Reaches - 2nd Wing Guide


1 สัปดาห์สำหรับการรอคอย Wing ที่ 2 ของ Adventure Icecrown นั้นคงไม่นานเกินรอสำหรับเพื่อน ๆ ชาว Hearthstone ผู้หวังปีน Icecrown ขึ้นไปหวด Lich King กันใช่ไหมครับ สำหรับบอสใน Wing ที่ 2 ภายใต้ชื่อ "The Upper Reaches" ต่างเป็นตัวที่เรารู้จักพวกมันเป็นอย่างดี เพราะบอสทุกตัวใน Wing นี้ เป็นการ์ด Legendary ใน Expansion ทั้งสิ้น... ส่วนจะมีใครบ้าง และเอาชนะพวกมันได้อย่างไรนั้น บุกตะลุยสู่ The Upper Reaches ไปกับผมในบทความด้านล่างนี้ได้เลยครับผม


บอสตัวแรกที่ต้องเผชิญหน้าใน The Upper Reaches คือ "Blood Queen Lana'thel" การ์ด Legendary ใหม่ของ Class Warlock นั่นเอง เธอมี Hp 30 หน่วย เท่าเทียมกับเรา ส่วน Hero Power ของเธอก็เป็นแบบเดียวกันกับ Bloodreaver Gul'dan สร้างความเสียหาย 3 หน่วย ให้กับเป้าหมายพร้อมกับได้ผลของ Lifesteal


นอกจากนี้เมื่อเริ่มเทิร์นแรกของเธอ เธอจะทำการเปลี่ยนเราให้กลายเป็นแวมไพร์ และ Hero Power ดั้งเดิมกลายเป็น Vampiric Bite ร่าย 0 เพื่อบัฟ +2/+2 ให้กับมินเนี่ยน 1 ตัวที่ยังไม่เป็นแวมไพร์ (มินเนี่ยนที่ไม่เคยได้รับบัฟจาก Hero Power นี้มาก่อน) มองดูผ่าน ๆ แล้วเหมือนจะดูดีเลยใช่ไหมครับ


แต่เจ้า Hero Power ที่ดูเหมือนจะเป็นข้อดีนี้ก็แฝงด้วยพิษร้ายในตัวของมัน คือเราจะไม่สามารถข้ามเทิร์นได้ หากยังไม่กดใช้ Hero Power ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า หากบนบอร์ดยังมีมินเนี่ยนที่ยังไม่เป็นแวมไพร์อยู่ นั่นหมายความว่ายังไง ? หมายความว่าถ้าเราไม่มีมินเนี่ยนบนบอร์ดตัวเองก็จำเป็นต้องบัฟให้มินเนี่ยนฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้เล่นในเทิร์นต่อไปได้นั่นเอง


แถมตอนเริ่มเกมมาปุ๊บ บอร์ดอีกฝ่ายยังมี Sleeping Acolyte 0/10 2 ตัว นอนรออยู่บนบอร์ดอยู่แล้ว ถ้าเราก็ไม่สามารถสแปมมินเนี่ยนไว้บนบอร์ดได้ ก็จำเป็นต้องบัฟมินเนี่ยน 0/10 ไร้ประโยชน์ตัว 2 นี้ให้กลายเป็น 2/12 ศัตรูที่แข็งแกร่งสุด ๆ ในช่วงต้นเกม

ส่วน Deck ของเธอจะมีมินเนี่ยนส่วนใหญ่เป็น Demon และได้การ์ดเคลียร์มินเนี่ยน เคลียร์บอร์ดจาก Class Warlock อยู่เยอะมาก ๆ ยิ่งปล่อยเกมยื้อไว้นานเราก็จะยิ่งเสียเปรียบจาก Hero Power ของเธอ


ด้วยรูปแบบและเงื่อนไขที่พูดมาข้างต้น ทำให้ Deck ที่จัดการเธอง่ายที่สุดคือ Deck Aggro ที่สามารถสแปมบอร์ดตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงไม่กี่เทิร์นเพื่อปิดเกมได้ ไม่ว่าจะเป็น Pirate Warrior หรือ ZooLock ก็เป็น Deck ที่ดีในการจัดการ Blood Queen Lana'thel ครับ


อย่างตอนที่ผมผ่านเธอใช้งาน Pirate Warrior เพียงแค่เทิร์น 5 ก็จัดการตีหน้า Blood Queen Lana'thel เรียบร้อยแล้วครับ


เมื่อเราผ่าน Blood Queen Lana'thel มาได้ "Professor Putricide" หนึ่งในการ์ด Legendary ของ Hunter ก็มาคอยท่ารอเราอยู่แล้ว แม้ Hp ของบอสตัวนี้จะเท่ากับเราที่ 30 หน่วย แต่ก็มีเกราะเพิ่มเติมมาอีก 15 หน่วยครับ

Professor Putricide มาพร้อมกับ Hero Power "Mad Science" ที่จะเปลี่ยนค่าร่ายของ Secret หรือ กับดักให้กลายเป็น 0... ถึงการลดค่าร่ายของ Secret ทั้งหลายลง ในแง่หนึ่งจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้เล่นอย่างเรา ๆ อยู่เหมือนกัน แต่ประเดี๋ยวก่อน!!


ถ้าคิดจะใส่ Secrets มาประชันกับบอสตัวนี้ ขอให้เห็น List กับดักที่บอสตัวนี้มีใช้งานกันเสียก่อน เพราะมันมาด้วยกันมากถึง 10 แบบ!! เห็นแล้วปวดหัวตุบ ๆ เลยครับ จะ Play Around แต่ละทีนี่ต้องคิดแล้วคิดอีกเลยล่ะครับ ทางที่ดีใส่ Eater of Secrets 2 ใบใน Deck ด้วยจะช่วยลดอาการปั่นป่วนจาก Professor Putricide ได้ดีมาก ๆ เลยครับ


ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเราโจมตี Professor Putricide หรือ มันโจมตีมินเนี่ยนเราจนเกราะที่มีเหลือ 0 มันจะเข้าสู่ Phase ที่ 2 ทำการฟื้นเกราะเพิ่มเติมขึ้นมาอีก 15 หน่วย พร้อมกับ Summon "Festergut" มินเนี่ยน Stat 3/5 ที่เมื่อจบเทิร์นจะสร้างความเสียหายให้แก่ทั้งบอร์ดและฮีโร่ของเรา 3 หน่วย!!

และเปลี่ยน Hero จาก Mad Science เป็น "Madder Science" คลั่งวิทยาศาสตร์ขั้นกว่า ซึ่งจะทำให้การ์ดอาวุธมี่ค่าร่ายอยู่ที่ 1 เท่านั้น!!


เมื่อมี Phase 2 แล้ว Phase 3 ก็ต้องตามมาติด ๆ Step ก็คล้ายคลึงกัน ฟื้นฟูเกราะ 15 หน่วย แล้วเปลี่ยน Hero Power จาก Madder Science เป็น "Maddest Science" ซึ่งจะทำให้ค่าร่ายของการ์ดทุกใบให้กลายเป็น 5 นั่นเท่ากับว่าใน 1 เทิร์นเราสามารถเล่นการ์ได้เพียง 2 ใบเท่านั้น

พร้อมกับ Summon Rotface Legendary ของ Class Warrior ขึ้นมาในบอร์ดของมัน ถ้า Professor Putricide เข้าสู่ Phase ที่ 3 ณ ขณะที่อยู่ในเทิร์นของเขาเอง Rotface จะประหนึ่งติด Charge สามารถใช้โจมตีได้เลยครับ


และหาก Rotface ไม่ตายจากแรงปะทะแล้วล่ะก็ เรื่องขนหัวลุกก็จะเกิดขึ้น บอร์ดอีกฝ่ายก็จะใหญ่โตมหาศาล ในขณะที่ 1 เทิร์นเราจ่ายการ์ดได้แค่ 2 ใบ ซึ่งบางครั้งก็ไม่เพียงพอที่จะเคลียร์มินเนี่ยนตัวใหญ่ ๆ หลายตัวได้หมด เรียกว่าโดนยำหน้าอยู่ฝ่ายเดียวจนตายได้ง่าย ๆ เลยครับ (ไม่รู้ว่ามันสุ่มได้แต่ตัวดี ๆ รึเปล่า ลองทีไรไม่เคยได้ของห่วย ๆ เลย)


Professor Putricide อาจดูมีมินเนี่ยนน้อยกว่าบอสตัวอื่น ๆ แต่ก็ด้วย Secrets ที่ติดอยู่บนหัวมัน ทำให้มันมีทรัพยากรมากกว่าที่ใส่ไว้ใน Deck ครับ นอกจาก Festergut ที่เป็น Unique มินเนี่ยนของมันแล้ว ยังมี Growing Ooze อีกตัวที่คอยสร้างความน่ารำคาญให้เราอยู่เรื่อย ๆ หากไม่สามารถจัดการมันได้ก็จะยิ่งโตลุกลามเป็นมะเร็งร้ายเลยล่ะ


สำหรับ Deck ที่ใช้จัดการ Professor Putricide หลาย ๆ ท่านจะแนะนำเป็น Secrets Mage ที่ใช้ผลประโยชน์จาก Hero Power Mad Science ช่วยลดค่าร่ายของ Secrets ใน Phase แรก แล้วค่อย ๆ Snowball กลืนบอสไปเรื่อย ๆ

แต่กระนั้นวิธีนี้ก็ยังคงต้องคิดหนัก ปวดหัวกับการ Play Around Secrets รวมทั้งมินเนี่ยนที่ถูก Summon ขึ้นมาระหว่าง Phase ที่ 2 และ 3 รวมทั้งเกราะอีก 30 หน่วย ซึ่งเป็นอะไรที่น่าปวดหัวไม่ใช่น้อย ผมจึงขอแนะนำให้ OTK บอสตัวนี้ด้วย Silence Priest ครับ เก็บ Eater of Secrets เอาไว้ในช่วงที่เราจะจัดการมัน พอได้ Combo ก็บัฟแล้วตีให้ดับดิ้นในทีเดียว ชนะแบบ Easy ๆ เลยครับ

ถ้าจะเล่น OTK Silence Priest เพื่อชนะ Professor Putricide ให้ Play Around Freezing Trap ไว้ด้วยนะครับ ถ้าไม่ Check ตีไปแล้วโดนยกขึ้นมือนี่เจ๊งเลยนะครับผม


ส่วนบอสตัวสุดท้าย ไม่ใช่ใครที่ไหน "Sindargosa" ราชินีของเหล่า Frost Wyrm มังกรกระดูกเคียงบ่าเคียงไหล่ของ Lich King นั่นเองครับ เธอมาพร้อม Hp 30 หน่วยและ Hero Power 2 รูปแบบ

รูปแบบแรก จะทำงานอัตโนมัติเมื่อเลือดของ Sindragosa เหลือ(เท่ากับหรือต่ำกว่า) 20 และ 10 หน่วย จะทำการเปลี่ยนมินเนี่ยนบนบอร์ดของเราให้กลายเป็นก้อนน้ำแข็งที่ทำอะไรไม่ได้เลย

รูปแบบที่ 2 Ice Claw จะเริ่มใช้งานเมื่อ Sindragosa เลือดอยู่ที่ 10 หรือ ต่ำกว่า โดยจะสร้างความเสียหาย 2 หน่วยแก่เป้าหมายครับ... เป็นบอสทั้งที ทำไมดูกระจอกจังฟะ!


"ก้อนน้ำแข็ง" ที่ถูกเปลี่ยนด้วย Sindragosa ก็เป็นดั่งในภาพด้านล่างนี้ครับ เรียกว่าเป็น ตัว Block การลงมินเนี่ยนของผู้เล่นอย่างเรา ๆ เลย ตอนที่เริ่มสู้กับ Sindragosa ก็มีอยู่บนบอร์แล้วถึง 4 อันด้วยกัน ถ้าจะตีหน้ามันก็ให้คำนวณดี ๆ ก่อนว่าเรามี Damage มากพอที่จะปิดบัญชีมันไหม หรือ สามารถตีเทรดมินเนี่ยนให้บอร์ดเรายังมีที่ว่างไว้สำหรับลงมินเนี่ยนในเทิร์นถัด ๆ ไปได้รึเปล่าด้วยนะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เลย


การ์ดใน Deck ของ Sindragosa ส่วนใหญ่จะเป็นมินเนี่ยนประเภทมังกร หรือ มี synergy ร่วมกันกับการ์ดประเภทมังกร ให้นึกถึงมังกรในช่วง Blackrock Mountain ที่ผสมผสานมังกรใน Expansion หลัง ๆ เข้าไปจะเห็นภาพมินเนี่ยนของ Sindragosa ได้ค่อนข้างชัดครับ

นอกจากนี้จะมี Unique Spell ของเธอเองอย่าง "Unchained Magic" ที่สร้างความเสียหาย 3 หน่วยใส่เรา ตามจำนวนการ์ดเวทที่เราถืออยู่บนมือครับ ถือไว้ 2 ใบก็โดน 6 Damage 3 ใบก็ 9 Damage ครับ... แล้วก็ด้วยความขี้โกงของเธอ เมื่อไหร่ที่เราถือการ์ดเวทไว้บนมือ อย่าคิดว่าเธอไม่รู้ว่าเรามีนะครับ ถ้ามีโอกาสก็รีบปล่อยการ์ดเวทพวกนั้นเสีย จะได้ไม่เจ็บตัวมากนัก


Deck ที่ใช้งานปราบเธอได้อย่างง่ายดาย ผมแนะนำเป็น Pirate Warrior ครับ เพราะนอกจากไม่ต้องคำนึงมินเนี่ยนบนบอร์ดมากมายเพราะมีอาวุธไว้ใช้หวดหน้าอีกฝ่ายอยู่แล้ว การ์ดเวทที่มีอยู่ใน Deck ก็มีน้อยมาก ๆ เรื่องที่จะโดน Unchained Magic แล้วเจ็บหนักก็เป็นอะไรที่ยากสุด ๆ เลยครับ ถ้ามือดีหน่อย ซิ่งแค่เทิร์น 6 เราก็ฆ่าเธอได้แล้ว...


สำหรับของรางวัลเมื่อเราเคลียร์ The Upper Reaches Wing ลำดับที่ 2 ของ Adventure Icecrown ได้ก็จะได้รับ ซองการ์ด KFT ไปเปิดลุ้นการ์ดใหม่ ๆ 1 ซองครับผม


สำหรับ Wing ที่ 2 ใน Adventure นี้ โดยส่วนตัวผมก็ยังคงสนุกกับการต่อกรกับบอสแต่ละตัวที่มีเอกลักษณ์ มีของเล่นไม่ซ้ำกัน เพียงแต่อาจขาดความท้าทายจากที่คาดหวังเอาไว้ มารอดูกันว่าอีก 1 สัปดาห์ต่อจากนี้ ณ บทสรุปของการบุกตะลุย Icecrown ความเก่งกาจของ Lich King จะท้าทายผู้เล่นได้มากขนาดไหนก็แล้วกันครับ ไว้พบกันเมื่อยอดของ Icecrown ปรากฏใน Hearthstone สวัสดีครับผม

 


kanaken

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน