Facebook Twitter
gPlus 
-



Gw2 Guide - Mounts เพื่อนคู่ใจจากผืนทราย


ในบทความ Review Path of Fire Expansion ใหม่ล่าสุดของ Guild War 2 ครั้งก่อน ๆ แม้จะมีการพูดถึง Feature ใหม่ที่โดดเด่นที่สุดอย่าง Mounts หรือ ระบบสัตว์ขี่กันอยู่บ้าง แต่ก็เป็นการพูดถึงแต่เพียงผิวเผินไม่ได้ลงลึกไปในรายละเอียดกัน ยังคงเป็นความลึกลับให้กับเพื่อน ๆ ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อส่วนเสริมที่ว่านี้ ซึ่งนั่นจะเป็นหัวข้อที่เราจะพูดถึงกันวันนี้ครับ

โดยผมจะพาเพื่อน ๆ ไปไขความลับและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเพื่อนคู่ใจจากผืนทรายเหล่านี้กันครับ ว่านอกจากความน่ารักหรือเท่โฮกของสัตว์ขี่แต่ละตัวแล้ว ยังมีประโยชน์เอามาใช้งานในสถานการณ์รูปแบบไหนได้บ้าง

Mounts หรือ สัตว์ขี่เป็นระบบ Mastery ของ Path of Fire โดยเฉพาะ เพื่อน ๆ สามารถปลดล็อค หน้า Mastery เหล่านี้ได้ หลังจากเล่นเนื้อเรื่อง "Sparking the Flame" ใน Chapter ที่ 1 ของ Path of Fire จนจบ เมื่อทำการปลดล็อคหน้า Mastery รวมถึง Mount แต่ละตัวด้วยตัวละครแรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวละครอื่นภายใน Account สามารถใช้งานพวกมันได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะอยู่ในแผนที่ของ Crystal Desert หรือไม่ก็ตาม สัตว์ขี่แต่ละตัวมี Movement Ability ที่เป็นการเคลื่อนที่แบบพิเศษเป็นของตัวเอง ซึ่งการใช้งานแต่ละครั้งจะกินค่า Endurance ไป (เทียบเท่ากับการกลิ้งหลบของตัวละครหลัก) และยังมี Skill ไว้ใช้งานเพื่อช่วยเหลือผู้เล่นอย่างเรา ๆ สำหรับการทำ Damage โจมตีศัตรู


การเรียกใช้งานสัตว์ขี่สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่กดปุ่ม X (ค่าเริ่มต้น) หรือกดคลิกซ้ายที่รูป Icon ของสัตว์เลี้ยง (ด้านขวาสุดของแถบ Skill) เมื่อกดอีกครั้งก็จะเป็นการยกเลิกการขี่สัตว์ตัวนั้น ๆ และระหว่างที่กำลังต่อสู้อยู่ จะไม่สามารถเรียกใช้งานสัตว์ขี่ได้ นั้นเท่ากับว่า Skill ของสัตว์ขี่จะใช้งานได้เฉพาะ ตอนเปิดการโจมตีครั้งแรกนั่นเอง

ในขณะที่เพื่อน ๆ ขี่สัตว์ หากโดน Damage ถึงตายก็จะอยู่ในสถานะยกเลิกการขี่สัตว์ตัวนั้นในทันที แต่ผลของความเสียหายไม่ได้ส่งถึงตัวละครของเราแต่อย่างใด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็อย่างเช่น เมื่อ Map Dragon's Stand ปิดตัวลง ผู้เล่นทุกคนที่อยู่ในแผนที่นี้จะถูกบังคับให้ Downed ทันที!! ก่อนจะย้ายไปนอนแอ้งแม้งบน Map IP ต่อไป แต่หากเพื่อน ๆ ขี่สัตว์อยู่ แม้ตัวสัตว์เลี้ยงจะหายไป แต่ตัวละครเราก็ยังอยู่รอดปลอดภัยครับ

ภาพนี้อธิบายความต่างศักดิ์ของคนที่มีสัตว์กับคนที่ไม่มีได้เป็นอย่างดีครับ อิอิ


เอาล่ะเกริ่นนำเกี่ยวกับระบบสัตว์ขี่มาแล้ว ไปดูเพื่อนคู่ใจของเราแต่ละตัวกันเลยครับ

Raptor เป็นสัตว์ขี่ตัวแรกที่ผู้เล่นจะได้มันไว้ในครอบครอง หลังจากเล่นเนื้อเรื่อง Sparking the Flame เสร็จสิ้น Raptor มีความคล่องตัวในการเคลื่อนที่สูง จน Build บัฟ Swiftness เพื่อวิ่งเปิด Map หายสาบสูญไปจากใจของผู้ที่เคยขี่ Raptor ความเร็วของมันนั้นขึ้นชื่อว่ารวดเร็วที่สุดในบรรดาสัตว์ขี่ทุกตัว หากเส้นทางที่มุ่งหน้าไปเป็นเส้นตรงแล้ว ไม่มีอะไรจะรวดเร็วไปกว่า Raptor และมันยังมีความสามารถในการกระโดดข้ามช่องเขาอีกด้วย


ส่วน Skill ติดตัวของ Raptor คือ Tail Spin ซึ่งเป็นการกระโดดฟาดหางโจมตีใส่ศัตรู Skill นี้จะเป็น Skill ใช้งานได้ดีเมื่อมี Mastery Round Up ที่เพิ่มความสามารถในการรวบศัตรูที่อยู่ใกล้ ๆ เข้าหาตัวเรา ทำให้ศัตรูกระจุกตัวอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ง่ายต่อการทำ Damage ยิ่งตัวละครของเพื่อน ๆ มี Skill AoE ดี ๆ ด้วยแล้ว ผลของ Tail Spin + Round Up ยิ่งส่งผลดีต่อเราเข้าไปใหญ่

สำหรับ Mastery ที่สำคัญของ Raptor ถึงขนาดไม่อัพไม่ได้ (เพราะตัวเกมบังคับ หากจะทำเนื้อเรื่องต่อไปจำเป็นต้องมี) คือ Canyon Jumping ที่ทำให้ Raptor กระโดดได้เร็วและไกลขึ้น จนสามารถข้ามช่องเขาไปได้ ใน Crystal Desert มีหลายพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นทางขาด วิ่งข้ามไปตรง ๆ หรือกระทั่งใช้งาน Glider ก็ไม่สามารถข้ามไปยังอีกฝ่าย จำเป็นต้องอาศัยแรงกระโดดของ Raptor เข้าช่วยอยู่มาก

แม้จะใช้งานการกระโดดของ Raptor ในพื้นที่ราบเรียบตามปกติ เมื่อมี Mastery Canyon Jumping เสริมเพิ่มเติมเข้าไปก็ทำให้ Raptor เคลื่อนที่ไปด้านหน้าในลักษณะเป็นเส้นตรงได้เร็วกว่าการเดินทางชนิดอื่นอยู่หลายขุม เป็น Mastery ที่อัพแล้วใช้งานได้คุ้มสุด ๆ Mastery หนึ่งเลยครับ


ฉะนั้นหากเพื่อน ๆ ต้องการเดินทางอย่างรวดเร็ว อย่าลืมเรียกใช้งาน Raptor ยอดนักกระโดด เพราะมัน คือเพื่อนคู่ใจสายแว้นที่ไปกับเราได้แทบทุกสถานการณ์ ใช้เป็นตัวช่วยในการเปิดแผนที่ปกติได้ดีที่สุด ณ ขณะนี้


Springer รูปร่างหน้าตาคล้ายกับกระต่ายผสมกับจิงโจ้ เป็นสัตว์ขี่ตัวที่ 2 ที่เพื่อน ๆ สามารถปลดล็อคมันได้จากแผนที่ Desert Highlands Springer มีความสามารถในการกระโดดสูง ช่วยให้เราไต่ขึ้นหน้าผาหรือพื้นที่สูงชันอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน เจอเส้นทางวกวนต้องเดินอ้อมเพื่อเดินขึ้นพื้นที่ด้านบนหรอ ? ไม่ต้องเสียเวลาอีกต่อไป เพียงเรียกใช้ Springer น้อยสุดน่ารักเท่านั้นพอ!!


สำหรับการปลดล็อค Springer เพื่อน ๆ สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่เคลียร์เควสหัวใจบริเวณ Highjump Ranch ให้เรียบร้อยก็สามารถซื้อเจ้า Springer จาก NPC Stablemaster Unja ในราคา 50 Trade Contracts + 1 Gold ครับผม

ทว่าการจะเดินทางไปยัง Highjump Ranch จะมีช่องว่างระหว่างเขาซึ่งกว้างเอามาก ๆ จำเป็นต้องใช้ Raptor ที่อัพ Mastery Canyon Jumping เสียก่อนจึงจะกระโดดข้ามระหว่างหน้าผานะครับ ด้วยเหตุนี้ Mastery Canyon Jumping จึงเสมือนเงื่อนไขที่แอบซ่อนอยู่ในการปลดล็อคเจ้า Springer


Cannonball เป็น Skill เฉพาะตัวของ Springer เมื่อกดใช้งาน Springer จะกระโดดขึ้นกลางอากาศ หมุนตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะกระแทกใส่เป้าหมาย หากเพื่อน ๆ อัพ Mastery Forceful Impact จะเป็นการเพิ่ม Knock Down Control Effect หนัก ๆ ให้กับ Skill นี้ หากตัวละครของเราขาด CC ไว้จับศัตรูหรือต้องการหยุดการเคลื่อนไหวของ Boss หรือมอนสเตอร์บางตัว ก็สามารถใช้งาน Cannonball ช่วยกระแทกได้อีกแรงครับ (แต่ต้องไม่ลืมวิ่งออกมาให้หลุดสถานะ Combat ก่อนนะครับ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย)

ส่วน Mastery Masterful Descent แชร์ความสามารถในการลดความเสียหายจากการตกจากที่สูงให้กับสัตว์ขี่ตัวอื่น ๆ ใน Mastery ขั้น 4 เป็นสุดยอด Mastery ที่มีประโยชน์และช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางมากที่สุดใน Mastery ลำดับเดียวกันของสัตว์ขี่ทั้งหมด จึงควรอัพ Masterful Descent เป็นอันดับแรก (หรืออาจจะ 2) ใน Mastery ขั้น 4 นี้ครับ


โดยทั่วไปแล้วมักไม่ค่อยเห็นผู้คนใช้ Springer เดินทางเป็นหลัก ผู้เล่นส่วนมากเลือกที่จะเปลี่ยนสัตว์ขี่ เมื่อจำเป็นต้องใช้ Springer กระโดดขึ้นที่สูงเสียมากกว่า นอกเหนือไปจากนั้นก็จะเป็นการหวังผล CC ของ Cannonball + Forceful Impact ในการช่วยจับมอนสเตอร์ Bounty บางตัวที่ชอบวิ่งหนีผู้เล่นมากกว่าเดินหน้าสู้


มาถึงน้องกระเบน Skimmer ที่ชวนพิศวง รูปร่างคล้ายสัตว์น้ำเหมือนปลากระเบนชัด ๆ แต่กลับลอยตัวเหนือผืนน้ำ พื้นดิน ยันไปถึงลาวาได้อย่างสบาย ๆ แถมไม่ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับผลของพื้นที่เลวร้ายเหล่านั้นอีกแหนะ ด้วยความสามารถที่ว่ามานี้ทำให้เราสามารถเดินทางไปยังพื้นที่อันตรายภายใน Crystal Desert ได้ด้วย Skimmer อย่างปลอดภัยในแบบที่สัตว์ขี่ตัวอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้


การปลอดล็อค Skimmer สามารถทำได้ที่ Skimmer Ranch ในแผนที่ Elon Riverlands ด้วยการทำเควสหัวใจให้เสร็จสิ้น ส่วนราคา Skimmer นั้นเสนออยู่ที่ 50 Trade Contracts + 4 Gold อืม... ราคามันแพงขึ้นเป็น 4 เท่าตัวจาก Springer เลยแฮะ... แต่ราคานี้ก็ยังพอรับกันไหวใช่ไหมครับ


สำหรับ Skill ของ Skimmer คือ Barrel Roll ที่นอกจากจะสร้างความเสียหายแก่ศัตรูที่อยู่ด้านหน้าแล้ว ยังช่วย Heal ฟื้นฟูเลือดให้กับเพื่อนที่อยู่ในเส้นทางของ Skill อีกด้วย แม้ความสามารถเหมือนจะดูดี แต่โอกาสการใช้งานจริงกลับน้อยเอามาก ๆ เพราะการใช้ Skill ของสัตว์ขี่จะใช้เพื่อเปิดการต่อสู้เท่านั้น แล้วถ้าเราต้องการ Heal ให้เพื่อนนั้นหมายความว่า เราต้องเข้า Fight ช้ากว่าคนอื่นเขา ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องดี และหากจะ Heal ฟื้นฟูเลือดคนอื่นได้ เป้าหมายก็ต้องเสียเลือดไปก่อนด้วย ไม่งั้นก็จะไม่มีความหมาย ด้วยเหตุผลเหล่านี้ เราจึงแทบไม่เห็นผู้เล่นใช้งาน Skill Barrel Roll ของ Skimmer กันเลยครับ

Mastery ของ Skimmer เองก็ดูไม่มีอะไรที่โดดเด่นเหมือนกับสัตว์ขี่ตัวอื่น ๆ ที่จัดว่า "ขาดไม่ได้" อย่าง Ride the Wind Mastery ขั้น 3 ที่ช่วยให้ Skimmer ยกตัวลอยเหนือพื้นสูงขึ้นเพื่อบินเข้าพื้นที่บางแห่งจากพื้นน้ำหรือทรายดูด ก็สามารถใช้เทคนิคอาศัย Animation Dismount ที่จะยกตัวละครให้สูงขึ้นกว่าปกติมาทดแทน Mastery นี้ได้ ส่วนการลอยตัวอยู่กลางอากาศ หากเพื่อน ๆ มี Glider อยู่ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดครับ ผมจึงแนะนำให้เพื่อน ๆ อัพ Mastery ในส่วนของ Skimmer เป็นตัวเลือกลำดับท้าย ๆ เพื่อที่จะได้ใช้งานสัตว์ขี่ตัวอื่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพครับ


นอกเหนือไปจากพื้นที่อันตรายที่จำเป็นต้องใช้ Skimmer ในการผ่านกับการเดินทางเหนือผืนน้ำในระยะไกล ๆ แล้วเราก็ไม่ค่อยได้เรียกใช้งานเจ้า Skimmer เสียเท่าไหร่ แล้วก็เพื่อน ๆ คนไหนหัวใสหวังว่าจะใช้งานเจ้า Skimmer เข้าไปพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหมอกพิษในแผนที่ของ Heart of Maguuma แล้วล่ะก็ ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เจ้า Skimmer ไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวได้จ้า


สัตว์ขี่ตัวสุดท้าย แต่ดันไม่ท้ายที่สุด เป็นตัวที่ผมเหลือเชื่อเกินว่าตอนที่เห็นใน Trailer ครั้งแรกหรือช่วงวันแรก ๆ ที่ได้ออกเดินทางไปใน Crystal Desert ให้ ๆ ก็อยากจะจับจองครอบครองเป็นเจ้าของ Jackel หมาน้อยเวทมนตร์ที่สร้างขึ้นจากทรายตัวนี้นี่เอง


การปลดล็อค Jackal เพื่อน ๆ ต้องเดินทางไปสุดขอบตะวันตกเฉียงใต้ของแผนที่ The Desolation แล้วปีนหอคอยขึ้นไปยัง Djinn Enclave ทิศตะวันออกห่างจาก Sand Jackal Run Waypoint เล็กน้อย ตามด้วยจ่ายค่านายหน้า 200 Trade Contracts + 20 Gold ในกรณีที่ทำเควสหัวใจสำเร็จ แต่หากวันที่มาซื้อไม่อยากเสียเวลาทำเควสให้เรียบร้อยเสียก่อน ราคาจะดีดขึ้นไปที่ 200 Trade Contracts + 30 Gold  กับอีก 40 Sliver ราคามหาโหดทำเอาผู้เล่นใหม่หน้ามืดตาลายได้เลยครับ

นอกจากราคามหาโหดขูดเลือดขูดเนื้อกันแล้ว ยังติดเงื่อนไขจุกจิก หากไม่มี Mastery ขั้น 3 ของ Springer หรือ Skimmer ตัวใด ตัวหนึ่งก่อนแล้ว จะไม่สามารถเดินทางขึ้นไปยัง Djinn Enclave ได้ (ยกเว้นในกรณีที่มีผู้เล่นอื่นเปิด Portal ให้ หรือใช้ Item เข้าช่วย) รวมไปถึงเควสหัวใจบน Djinn Enclave จะไม่ปรากฏให้เห็นอีกด้วย ถ้า Mastery ไม่ถึงขั้น... ถึงจะหลงเสน่ห์ของ Jackal เพียงใด ผมก็ขอแนะนำเตรียมตัวให้พร้อมเสียก่อนค่อยเดินทางไปที่ Djinn Enclave นะครับ นอกจากจะไปยากสุด ๆ ถ้าไปถึงที่ปีนขึ้นหอคอยไม่ได้ล่ะก็... น้ำตาตกในเลยล่ะครับ


Skill ที่มาพร้อม Jackal คือ Pounce ที่หล่อ เท่ และเก๋ไก๋ไม่แพ้รูปร่างของ Jackal เลย เพราะหากเพื่อน ๆ สามารถอัพ Mastery Bolster Allies ได้แล้ว นอกจากจะสร้างความเสียหายแก่ศัตรูแล้ว ยังสร้าง Barrier ระดับ Max ครึ่งหนึ่งของเลือดตัวละครให้กับตัวเราและพวกพ้องที่อยู่ใกล้ ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็น Skill ที่ใช้เปิดได้ดีที่สุดอย่างหนึ่งเลย เพราะ Barrier ที่ติดตัว ไม่ได้หายไปในทันที แต่จะค่อย ๆ ลดจนหมดลง กว่ามันจะหมดก็ช่วยรับการโจมตีได้ 2-3 ครั้ง หรือ อาจจะมากกว่านั้นหากศัตรูโจมตีเร็วหรือกระจุกตัวรวมกันเยอะ ๆ ครับ แต่ถึงจะได้ Barrier เพิ่มมาอีกครึ่งนึงของเลือดก็ใช่ว่าตัวละครจะเป็นอมตะหรอกนะครับ

Enhanced Evasion ก็เป็น Mastery ที่นับว่าเป็นประโยชน์ต่อเรามาก ๆ เพราะเมื่อใช้งาน Movement Skill ของ Jackal จะเป็นการหลบการโจมตีของศัตรูได้ 100% แม้เส้นทางที่ใช้จะไม่ราบเรียบ อัดแน่นไปด้วยฝูงมอนสเตอร์ เพียงแค่มี Jackal + Enhanced Evasion ก็สามารถเดินทางผ่านไปได้ง่าย ๆ แล้วล่ะครับ

และที่เหนือไปกว่านั้น Enhanced Evasion ยังสามารถแชร์ไปให้กับสัตว์ขี่ตัวอื่น ๆ ผ่าน Mastery Adroit Evasion ได้อีกต่างหาก!!


ความเหนือชั้นของ Jackal ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ Mastery Shifting Sands ที่สามารถทำให้เราใช้ Jackal เดินทางผ่าน Sand Portals ที่กระจายตัวอยู่ Crystal Desert ที่มักจะนำไปยังพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าได้ด้วยวิธีอื่น เป็นจุดเก็บของ เติมเต็ม Collection ทำ Achievement รวมถึง Mastery Insight ได้อีกด้วย

ภาพด้านล่างนี้ไม่ใช่ Bug ของเกมที่ทำให้ผมสามารถลอยอยู่กลางอากาศได้นะครับ แต่นี่เป็นเส้นทางหนึ่งที่ต้องใช้งาน Sand Portals ในการเดินทางมาเก็บ 1 ใน Mastery Insight ในแผนที่ Desert Highlands แถมยังเป็นจุดชมวิวตอนกลางคืนที่สวยสุด ๆ แห่งหนึ่งในเกม Guild War 2 เลยล่ะครับ


ประโยชน์ของ Jackal มีมากล้นเหลือในการช่วยเดินทางใน Crystal Desert พาเราไปยังพื้นที่ลับต่าง ๆ นานา แล้วยังช่วยให้เราเก็บ Hero Point จาก Toxin-Cured Hog ในแผนที่ Auric Basin ได้ง่ายอย่างคาดไม่ถึง เพราะความสามารถในการสร้าง Barrier ของมันด้วย

จูงมือไปกับเพื่อนอีกคน คนหนึ่งกิน Bacon เน่า ในขณะที่อีกคน Spam Skill Pounce + Mastery Bolster Allies ของ Jackal รัว ๆ ก็ผ่าน Hero challenge ได้อย่างสบาย ๆ แล้วล่ะครับ


สำหรับสัตว์ขี่ตัวสุดท้ายที่ถือว่าเป็นสัตว์ขี่ลับ! ที่ไม่ปรากฏทั้งใน Trailer และหน้า Mastery ตอนเริ่ม Expansion Path of Fire เหมือนกับสัตว์ขี่ตัวอื่น ๆ แต่จะได้มาหลังจากผ่านความลำบากยากเย็นนานับประการแล้ว นั่นก็คือ Griffon นั่นเองครับ

Griffon มีความสามารถในการกึ่งบินกึ่งร่อนอยู่กลางอากาศได้ หากเพื่อน ๆ ท่านใดคิดไม่ออกว่ามันเป็นยังไง ขอให้นึกถึง Glider ที่ร่อนได้ทั้งเร็วและไกลกว่า แถมระดับความสูงลดช้าลงกว่า Glider ด้วย นั่นแหละครับคือ Griffon สาเหตุที่ผมบอกว่ามันกึ่งบินกึ่งร่อน เพราะเจ้า Griffon แม้จะสามารถกระพือปีกส่งตัวเองให้บินสูงขึ้นได้ แต่ก็ไม่สามารถลอยตัวขึ้นไปสูงกว่าระดับที่เริ่มบินได้นั่นเอง


สำหรับการปลดล็อคเจ้า Griffon เพื่อน ๆ ต้องทำการเล่นเนื้อเรื่อง Path of Fire ให้จบเสียก่อน แล้วจากนั้นก็เดินทางไปยัง Sunspear Sanctuary ในโซน Yahnur Plateau พื้นที่ด้านขวาล่างสุดของแผนที่ Domain of Vabbi ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่อันตราย หากเราเดินตามปกติจะโดนฟ้าผ่าใส่เรื่อย ๆ จนถึงตาย ต้องใช้งาน Skimmer ช่วยเดินทาง แต่เส้นทางที่จะขึ้นไปถึง Sunspear Sanctuary ค่อนข้างยุ่งยาก จำเป็นต้องใช้ Springer หรือ Jackal ที่อัพ Mastery ขั้น 3 เข้าช่วยด้วยจึงจะสามารถเดินไปทางถึง NPC "Remains of the Last Spearmarshal" ที่จะเปิด Collection Open Skies ทั้ง 5 ให้กับเรา

Collection แต่ละชิ้นก็ดึงดันให้เราต้องเดินทางไปยังแผนที่ทั้ง 5 ใน Crystal Desert บางชิ้นต้องซื้อของจาก NPC บ้าง ขี่ Griffon ไล่เก็บไข่บ้าง ในบางแผนที่อาจต้องเล่น Event เพื่อรับ Item กระทั่งไปล่ามอนสเตอร์ Bounty เพื่อเติมเต็ม Collection เลยล่ะครับ ตั้งแต่เริ่มยันจบ Collection Open Skies ทั้ง 5 ใช้เวลาเยอะพอตัวเลยครับกว่าจะทำเสร็จ แล้วใช่ว่าจบตรงนี้จะได้ครอบครองนกน้อยเลย ยังต้องไปทำเนื้อเรื่องของ Remains of the Last Spearmarshal เพิ่มเติม ไล่ตี Boss ให้ดับดิ้นถึงจะได้ Griffon มาใช้งานครับ


กว่าจะได้ยลโฉมเจ้านกน้อยขนงามตัวนี้ นอกจากเหนื่อยกายและใจแล้ว ยังต้องกระเป๋าหนักสูญเงินไปกว่า 250 Gold อีกต่างหาก!!

"Swoop" คือ Skill ติดตัวของ Griffon ที่เป็นการโฉบใส่ศัตรู ซึ่งว่ากันตามตรงแล้ว เราไม่ได้ใช้มันเพื่อสร้าง Damage แต่อย่างใดครับ แต่เราใช้งานมันควบคู่กับ Master ของเจ้า Griffon อย่าง Aerial Prowess ที่ทำให้เราสามารถ Dive (พุ่งลงด้านล่าง) แล้วจะทำให้บินไปข้างหน้าได้รวดเร็วขึ้น แถมยังใช้แรงนั้นช่วยยกตัว Griffon ให้ลอยกลับขึ้นมาในระยะความสูงเดิมได้อีกด้วย

และหากเพื่อน ๆ อัพ Mastery ไปถึง Aerial Finesse Griffon ของเพื่อน ๆ ก็จะบินโฉบฉวัดเฉวียนกลางอากาศอย่างได้สนุกสนานเลยครับ แถมยังเคลื่อนที่ไปด้านหน้าได้อย่างเร็วสุด ๆ อีกต่างหาก ทว่ามีเงื่อนไขในการใช้งานตรงที่ จุดเริ่มต้นต้องมีพื้นที่ให้ Griffon Dive ลงด้านล่างเยอะเสียหน่อยก่อนจะออกตัวบินได้จริง ๆ ครับ แล้วก็ต้องไม่ลืมว่าระดับความสูงที่ Griffon ไต่ระดับขึ้นไปได้ จะไม่สูงกว่าระดับที่มันออกตัวด้วยนะครับผม

อาจด้วยความที่มันเป็น Mount ลับ จึงทำให้ไม่มี Mastery ที่เอาไว้แชร์ความสามารถให้กับสัตว์ขี่ตัวอื่น ๆ แต่ถ้าสมมติว่าจะทำแล้ว เราจะแชร์ความสามารถอันไหนไปให้กับสัตว์ขี่ตัวอื่นดีล่ะ ดูแล้วแต่ละอันไม่น่าใช้คู่กับสัตว์ขี่ตัวอื่น ๆ ได้เลย เพราะความเป็นเอกลักษณ์สุด ๆ ของ Griffon นี่แหละครับ


Griffon ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย และใช้ได้ดีในการเดินทางกลางอากาศ บินข้ามเทือกเขาไป ๆ มา ๆ แผนที่ไหนที่มีการเล่นพื้นที่สูงต่ำ หรือมีพื้นที่สูงที่เราขึ้นไปได้โดยง่ายจะเป็นแผนที่ใช้ Griffon ได้เต็มประสิทธิภาพมากครับ อย่างในแผนที่ Dragon's Stand บริเวณ Dragon's Domain ตอนที่สู้กับ Mordremoth ก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดตัวอย่างหนึ่ง เพราะ Griffon ช่วยให้เราสามารถข้ามไปยังเกาะใกล้เคียงได้อย่างสบายสุด ๆ ขนาดเขี่ย Ley Line Gliding ชิดซ้าย ตกขอบโต๊ะไปเลย


แถมตอนที่ยืนอยู่บนเกาะ ถ้าขี่สัตว์ขี่ไว้ ไม่ว่าจะโดนมังกรโฉบพ่นไฟอย่างไรก็ไม่ตายแน่ ๆ เพราะมีสัตว์ขี่ช่วยรับ Damage ที่แรงสุด ๆ ในครั้งแรกไว้ให้ก่อนเลย ถ้าเพื่อน ๆ ไม่เผลอไปเล่น Facebook หรือท่อง Internet จนเพลิดเพลินระหว่างตีบอสแล้วล่ะก็... รอดชีวิตจากมังกรน้อยพ่นไฟแน่นอนครับ


และนี่คือทั้งหมดเกี่ยวกับระบบ Mounts หรือสัตว์ขี่อันเป็นจุดเด่นของ Expansion Path of Fire ครับ มีสัตว์เลี้ยงตัวไหนที่เพื่อน ๆ สนใจอยากจะครอบครองไว้เป็นเจ้าของบ้างรึเปล่าเอ่ย ? แม้บางตัวจะยุ่งยากในหลาย ๆ เรื่องกว่าจะได้มันมา แต่เชื่อผมเถอะว่า ใช้ความขยันหมั่นเพียร ฝ่าฟันความยากลำบากไปแล้ว จะได้ผลของสิ่งที่เราคาดหวังไว้อย่างเต็มภาคภูมิแน่นอนครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับผม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน