Facebook Twitter
gPlus 
-



Diablo III - เปิดกรุตำนาน Classic!!


เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทาง Blizzard ได้ฉลองวันเกิดครบรอบ 20 ปี ให้กับชายหนุ่มที่เริ่มโตเป็นผู้ใหญ่อย่าง Diablo ด้วยการ Sale ลดราคา Diablo III ทั้งตัวเกมหลักและ Expansion Reaper of Souls เป็นของขวัญที่เผื่อแผ่ตกถึงปากท้องของผู้เล่นอย่างเรา ๆ ให้ได้เกมดีในราคาถูกมาเล่นกัน และด้วยความประจวบเหมาะที่ว่านี้ วันนี้ผมจะชวนเพื่อน ๆ มาเล่น Diablo III เกมเก่าที่ยังคงความสดใหม่ แม้จะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่อย่างผมก็ยังสนุกไปกับ Diablo III เกมเก่าสุดเก๋นี้ได้!!

เมื่อพูดถึงซีรี่ย์เกม Diablo แล้วหลาย ๆ ท่านอาจจะเกิดความเข้าใจขึ้นในทันทีว่ามันเป็นเกมรูปแบบไหน เล่นอย่างไร โดยไม่ต้องอธิบายให้มากความ แต่สำหรับเพื่อน ๆ ท่านใดที่ยังไม่รู้จักเกม Diablo เสียแล้ว ผมก็ขออธิบายว่า Diablo III เป็นเกมแนว Hack&Slash ใน Theme Dark ๆ โลกมืดเสียนิดเสียนิดที่เปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ได้มันไปกับการฟาดฟันมอนสเตอร์จำนวนมาก ๆ จะเล่นคนเดียวหรือจะออกผจญภัยไปเป็นปาร์ตี้พร้อมกับบรรดามิตรสหายก็ได้แล้ว ยังมีจุดเด่นที่ผู้เล่นต่างซูฮกให้ในอรรถรสของเนื้อหาสุดเข้มข้นที่ชวนติดตามของเกมไตรภาคนี้ และยิ่งในภาค 3 นี้กราฟฟิกก็ทำออกมาได้สบายตาไม่แพ้เกมสมัยใหม่แม้แต่น้อย สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีอายุในช่วง 20-30 ปีคงรู้จักเกมซีรี่ย์ Diablo กันดีอยู่แล้ว บางคนอาจเป็นแฟนพันธุ์แท้ตั้งแต่ภาคแรกยันถึงปัจจุบันซึ่งกินเวลากว่าค่อนชีวิตกันเลยทีเดียว


และแม้ Diablo III จะเปี่ยมด้วยความเป็น RPG ดำเนินเรื่องราวไปตามท้องเรื่องของตัวเกม คนไทยอย่างเรา ๆ ก็คงจะใช้ภาษาอังกฤษในการเล่นเสียเป็นส่วนใหญ่ ด้วยเนื้อหาที่ทั้งอัดแน่น มากล้น และชวนให้ติดตาม นอกจากข้อความและเสียงบรรยายที่ได้อารมณ์แล้ว ยังตบท้ายด้วย Cinematics ใน Theme ซีเปียสวย ๆ ยิ่งเป็นเรื่องง่ายที่จะทำให้ผู้เล่นหลงใหลไปกับมันได้โดยง่าย


แต่ถึงแม้ว่าเพื่อนท่านใดจะเป็นภูมิแพ้ภาษาอังกฤษ การเล่น Diablo III อาจจะสูญเสียอรรถรสไปบ้าง แต่ในส่วนของ Gameplay ก็ไม่น่าจะมีปัญหาติดขัด เนื่องจากระบบนำทางของตัวเกมทำออกได้ดีมาก ๆ  ขอเพียงช่างสังเกตเสียหน่อย ก็จะมีทั้งลูกศรบอกเส้นทาง จุดสีบอกตำแหน่ง ข้อความบอกอาณาบริเวณ กระทั่งเสียงพูดคุยกับตัวละครก็นำเราไปสู่ทางที่ต้องการได้


ในส่วนของ Gameplay Diablo III ก็สามารถเล่นได้ตั้งแต่ง่าย ยาก และ ยากชิหาย!! ยิ่งระดับความยากมากขึ้น ของตอบแทนก็ดีขึ้นเป็นเท่าตัว! สำหรับผู้เล่นใหม่ใช้เวลาในเข้าใจการควบคุม การเล่นเบื้องต้นไม่มากนัก เพราะใช้เพียงเม้าท์กับแป้นคีร์บอร์ดอีกไม่กี่ปุ่มในการควบคุมเป็นหลัก แต่หากจะเล่นจนเรียกว่าชั้นเซียน เป็นกูรูหรือกูรู้ชำนาญการแล้วต้องอาศัยประสบการณ์ในเล่นมากพอตัวเลยทีเดียว


ระบบ Skill ของ Diablo III เราจะได้มาเมื่อ Level ตัวละครถึงกำหนด Skill ต่าง ๆ ก็จะเรียงหน้าเสนอตัวปลดล็อคออกมาให้เรา ๆ ใช้งานมันตามสถานการณ์หรือตามแต่ใจผู้เล่นรัก ผู้เล่นชอบ โดย Skill จะถูกแบ่งออกตามประเภทการใช้งาน และจัดเป็นหมวดหมู่แยกย่อยลงไป ซึ่งในแต่ละหมวดหมู่เราเลือกขึ้นมาใช้งานได้เพียงแค่ชนิดเดียวเท่านั้น... จะเป็นคนหลายใจในเวลาเดียวกันไม่ได้!!


และในแต่ละ Skill ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับ Rune หรือระบบอัพเกรด Skill ให้ดี ให้เจ๋งขึ้นให้เราเลือกสรร Skill ละ 6 รูปแบบ(ถ้านับรวม Skill เริ่มต้นตอนที่ไม่เอาคุณสมบัติของ Rune ด้วยล่ะก็นะ) ซึ่งเจ้า Rune พวกนี้เพื่อน ๆ ก็ไม่ต้องออกไปล่า ไปฟาร์มที่ไหน เพียงแค่อัพ Level ตัวละครให้ถึงตามที่ Rune นั้น ๆ กำหนด ก็ได้มาใช้งานกันฟรี ๆ แล้ว


นอกจาก Skill Active ที่พูดถึงด้านบนแล้ว Diablo III ยังมี Skill ที่อยู่ในรูปแบบของ Passive ซึ่งจะคอยทำงานช่วยสนับสนุนการเล่นของตัวละครให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่ง Skill Passive เหล่านี้ เพื่อน ๆ ก็สามารถเลือกใช้งานได้มากถึง 4 Skill ที่ Level ตัวละครอยู่ที่ 70 เป็นปลายทางหรือทางตันของ Level ตัวละคร แต่ก็เป็นเพียงก้าวแรกในการเล่น Diablo III เท่านั้น!!


เพราะบรรดากูรู เซียน Diablo III หรือถ้าจะให้ระบุตัวให้ชัด คือ มิตรสหายท่านหนึ่งที่ชักชวนให้ผมเข้าสู่โลกของ Diablo III เป็นแฟนพันธุ์แท้ที่อยู่กับเกม ๆ นี้มาเป็นปี ๆ เคยกล่าวไว้ว่า "ตอนเริ่มเก็บ Level Paragon เนี่ยล่ะ ความสนุกของจริงล่ะ!" เมื่อเลเวลของตัวละครถึง 70 แล้วก็จะขึ้นสู่การปีนหอคอยสูงชันที่เรียกว่า Paragon Level ที่นอกจากจะได้ Point มาอัพเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวละครเพิ่มเติม จนทำให้เกิด Build สายการเล่นต่าง ๆ มากมาย ไม่ซ้ำซากเหมือนกับเกมตีมอนฯเก็บเวล อื่น ๆ ที่มักจะมี "ของดี" หรือ "Build ที่ดี" เพียงอย่างเดียว แล้วคนก็แห่กันเล่นไปทางเดียว จนแทบไม่มีความแตกต่างเกิดขึ้น แล้วเจ้า Level Praragon ที่ว่านี้ยังแชร์ให้แก่ตัวละครของเราทุกตัวเท่า ๆ กันอีกต่างหาก... ถ้าคิดจะเล่นตัวใหม่ก็ไม่ต้องเสียเวลาเก็บ Level Paragon ให้ตั้งแต่ 1!

พัฒนาการกรอบตัวละครตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก ๆ


ยันมาถึงช่วงสมัยปัจจุบันเรานี้ที่ปรับกรอบไปตาม Paragon Level 200 , 400 , 600 และ 800


ส่วนหน้าต่างการอัพแต้ม Paragon ก็เป็นตามภาพด้านล่างนี้เลยครับ แบ่งคุณสมบัติที่จะเสริมความแข็งแกร่งออกเป็น 4 หมวดใหญ่ ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้อัพกันตามสะดวก จะปรับ จะเปลี่ยนตอนไหนก็ได้ตามแต่ใจเลย!


ส่วนความหลากหลายนั้นมากขนาดไหน ? ก็ขอให้ชมภาพด้านล่างนี้ที่ผมขอหยิบยกจากบอร์ด Diablofans มาให้เพื่อน ๆ ได้รับชมกัน ใน 1 Season ของการเล่นก็มี Build มากมายหลายสิบหรือเหยียบร้อย Build ให้เลือกสรร เลือกเล่นในเส้นทางที่ใช่และชอบที่สุดแล้ว แล้วไม่ต้องพูดถึง เมื่อการผลัดเปลี่ยน Season ที่มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดของตัวเกมเพื่อให้เกิดความสมดุลขึ้น ก็ยิ่งเป็นการให้กำเนิด Build ใหม่ ๆ ที่ไฉไลกว่าเดิม... และเพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี่แหละ ที่ทำให้ Diablo III ยังคงความ "สด" และ "ใหม่" ได้ในทุก Season


หากจะถามว่าการเล่นในโหมด Season นั้นต่างจากเล่นปกติอย่างไร ? ผู้เล่นหน้าใหม่อย่างผมที่ได้รับข้อมูลจากกูรูก็คงจะบอกว่ามันเป็นการเล่นที่เมื่อเราปลดล็อคเงื่อนไขต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว เราก็จะได้รับ Item เจ๋ง ๆ มาใช้งาน (แต่ Item เหล่านี้พอหมด Season เปิดปุ้บก็นำไปใช้งานใน Season หน้าไม่ได้นะครับ) พร้อมกับกรอบภาพล้อมตัวละครที่เราสามารถเลือกไปประดับตัวละครของเราให้สวย งดงามจับตาไปได้ในทุก ๆ Season ในอนาคต


นอกจากนี้ Diablo III ยังมีระบบ Achievement ที่จะปลดล็อค เมื่อเพื่อน ๆ ผ่านเงื่อนไขต่าง ๆ ที่มีตั้งแต่การเรียนรู้ระบบเบื้องต้น ไปยันความท้าทายที่เพิ่มความเร้าใจให้สนุกกับการเล่นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย


และเงื่อนไขบางประการของ Achievement เหล่านี้ก็ยังสอดรับกับการปราบ "Boss" ซึ่ง Boss ใน Diablo III ก็มีมากมายให้เราปราบ รวมถึงท้าทายพวกมันเพื่อปลดล็อครางวัลความสำเร็จอีกด้วย ใน 1 Act เพื่อน ๆ เจอ Boss ที่สามารถสู้ได้อย่าง "มัน ๆ" มากกว่า 1 ตัวอย่างแน่นอน!


พูดถึงระบบ Game ในส่วนอื่น ๆ ถึงแม้ว่า Diablo III จะไม่มีระบบตีบวกเพิ่มประสิทธิภาพของ Item อย่างเก่า ขาเก๋าอย่างเกมอื่น แต่เพื่อน ๆ สามารถยัด Gem เพื่อเสริมประสิทธิภาพอุปกรณ์ต่าง ๆ ของตัวเองให้มี "ความแจ่ม" มากกขึ้นกว่าเดิมได้ แล้วยังสร้างอาวุธเจ๋ง ๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยพึ่งพาการย่อย Item ชิ้นอื่นเพื่อรวบรวมวัตถุดิบมาใช้งาน (ถึงแม้ว่า Item ที่ดีสุด ๆ อาจมาจากการ Drop ก็ตาม!)


และหาก Item ที่เพื่อน ๆ ใช้งานอยู่ยังมี Option ไม่ถูกใจก็สามารถสุ่มเปลี่ยนคุณสมบัติพิเศษเหล่านั้นได้จาก NPC ภายในตัวเมืองรวมถึงการเปลี่ยนแปลงลักษณะรูปร่างของอาวุธให้เป็นในแบบที่ต้องการได้อีกด้วย Option ดีถูกใจแล้ว แถมรูปร่างงามจับตาด้วย ยิ่งทำให้เราชื่นใจไปกันใหญ่ใช่ไหมล่ะครับ


เรื่องของเสื้อผ้าจะจับย่อมสีให้เคร่งขรึมหรืออ่อนหวานตามแต่ใจปรารถนาก็ได้เช่นกัน เป็นลูกเล่นใช้แทนการปรับแต่งตัวละครที่ Diablo III ขาดหายไป(ไม่รู้ว่าจะทดแทนกันได้ไหม แต่ก็สร้างความแตกต่างให้กับตัวละครของเราได้อยู่บ้าง) โดยรวม ๆ ก็ดูเป็นเกมที่ค่อนข้างครบเครื่องทั้งในส่วน Gameplay ที่จริงจัง ทั้งในเรื่องของรสนิยมความชอบส่วนตัวด้วย


หากจะให้ผมพูดถึง Diablo III แบบรวบรัด สั้น ๆ ได้ใจความแล้วล่ะก็ ผมว่ามันเป็นเกมเก็บเลเวล Co-op (แม้ว่าการเล่น Diablo III จำเป็นต้องต่อ Internet เล่นก็ตามที แต่ผมก็ไม่อยากให้เพื่อน ๆ คิดว่า Diablo III มันเหมือนกันเกม Online MMO RPG เกมอื่น ๆ ) เอาไว้เล่นกันกับเพื่อนได้อย่างสนุกสนาน มีเนื้อเรื่องสุดเข้มข้นชวนให้หลงใหล Gameplay มัน ๆ เล่นได้อย่างเพลิดเพลิน และที่สำคัญหากเพื่อน ๆ ชื่นชอบการล่า Item ฟาร์มของแล้วล่ะก็ ก็หลงเสน่ห์ของ Diablo III จนโงหัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอน


อ้อ! แล้วก็ในเร็ว ๆ นี้ สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ซื้อ Diablo III มาพร้อมกับ Expansion Reaper of Souls ก็เตรียมพบกับ Class ใหม่(ณ ปัจจุบันก็มีให้เลือกเล่นได้ตั้งแต่ Barbarian Witch Doctor Wizard Monk Demon Hunter ยัน Crusader สำหรับคนที่ซื้อ RoS มาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว) ที่กำลังจะมาถึงในช่วงต้นปีนี้ตามที่ทาง Blizzard ได้ประกาศเอาไว้ในผ่าน Blizzcon 2016 ที่ผ่านมาอย่าง Necromancer! ที่แสนคิดถึ้งคิดถึง กลับมาให้เราได้เล่นกันดังภาคก่อนหน้านี้ด้วยนะครับ... สำหรับวันนี้คงถึงคราวต้องบอกลาเพื่อน ๆ ไปฟาร์ม Level ต่อแล้ว ไว้พบกันใหม่คราวหน้านะครับผม

kanaken

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน