Facebook Twitter
gPlus 
-

[Starbound Tech Guide] - วิชายุทธสู่เจ้ายุทธจักรแห่งดวงดาว


[Starbound Tech Guide] - วิชายุทธสู่เจ้ายุทธจักรแห่งดวงดาว

ในเกม Starbound 1.0 มีระบบ Tech (จะเรียกว่า Skill ของตัวละครก็ได้) ที่ทำให้ตัวละครเราสามารถเคลื่อนที่ในลักษณะพิเศษได้ ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดสองชั้น กระโดดสูง หรือแปลงร่างเป็นลูกบอลทำให้มุดเข้าไปในซอกเล็ก ๆ เพื่อเข้าไปเก็บสมบัติที่ถูกซ่อนอยู่ในฉาก Mission ที่เราไม่สามารถขุด เจาะ หรือ ทำลายฉากได้ พอมองไปมองมาก็คล้ายวิชาตัวเบาของหนังจีนดี วันนี้ผมจึงอยากจะแนะนำให้เพื่อน ๆ รู้จักกับวิชายุทธ หรือ Tech ในโลกของ Starbound เพื่อให้เพื่อน ๆ วางแผนการปลดล็อค Tech ได้ดีขึ้น


แต่ก่อนที่เราจะทำความรู้จักกับ Tech ทั้งหมดนั้น เรามาพูดถึง Tech Card item สำคัญที่ใช้ในการปลดล็อค Tech ต่าง ๆ กันก่อนดีกว่า Tech Card เป็น item ที่ไม่สามารถ Craft รวมกับหาซื้อได้จาก Npc วิธีเดียวที่เราจะได้ Tech Card ที่ว่านี้มาก็คือการเปิดหีบสมบัติ , กล่องต่าง ๆ เมื่อเราไปสำรวจดาวแต่ละดวง ใช้ภาษาบ้าน ๆ ก็คือปล้นเอาจาก กล่องของ Npc นั่นเอง ในการปลดล็อค Tech 1 อย่าง จำเป็นต้องใช้ Tech Card จำนวน 8 ชิ้น หากเราต้องการปลดล็อค Tech ทั้งหมดจะใช้ Tech Card ถึง 72 ชิ้นเลยทีเดียว (มี 3 Tech ที่ได้มาฟรี ๆ จาก Quest) ฉะนั้นแล้วการวางแผนปลดล็อค Tech ต่าง ๆ หากทำได้สอดคล้องกับเควสหลักที่เราเรามีอยู่ในขณะนั้น จะเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่การเล่นมากทีเดียว... เอาล่ะ ไม่รอช้าเรามาเข้าเรื่อง Tech แบบจริง ๆ จัง ๆ กันเลยดีกว่า!



Head Tech เป็น Tech ประเภทที่ทำให้เราสามารถเปลี่ยนลักษณะของตัวละครให้กลายเป็นลูกบอลกลม ๆ เล็ก ๆ ได้โดยการกดปุ่ม F พร้อมกับกินค่า Energy 50 หน่วย ซึ่งการเปลี่ยนเป็นลูกบอลนี้ทำให้เราสามารถเข้าไปยังพื้นที่เล็ก ๆ ที่โดยปกติแล้วไม่สามารถเดินเข้าไป มีประโยชน์อย่างยิ่งในการเก็บ item ในฉาก Mission ที่เราไม่สามารถไปยุ่งกับสิ่งก่อสร้างภายในฉากได้


Sonic Sphere - เมื่อเรากด F ค้างไว้ในร่างปกติ จะทำการเปลี่ยนตัวเองเป็นลูกบอลความเร็วสูง แล้วชาร์ตพลังอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อปล่อยปุ่ม F ตัวเราในร่างของลูกบอลความเร็วสูงก็จะวิ่งฉิวไปด้านหน้าด้วยความเร็วที่ไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนวิ่งตามเราทัน! หากทิศทางที่เราวิ่งไปมีสิ่งกีดขวางกั้นอยู่ เมื่อลูกบอลไปกระทบมันเข้าก็จะเด้งออก (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเด้งกลับถอยหลังไปอยู่ที่เดิม T^T) ฉะนั้นแล้วควรจะสำรวจพื้นที่รอบ ๆ ก่อนจะกดใช้ ไม่งั้นจะเด้งพื้นลงลาวาเอาได้ง่าย ๆ แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง เวลาเราเป็นลูกบอลแล้วก็โดนดาเมทได้เหมือนกันนะ ฉะนั้นระตัวให้ดี!

Sonic Sphere โดยปกติแล้วมักใช้ในการช่วยหลบการโจมตีของ Boss ใน Mission มากกว่าจะเป็นการนำมาใช้ระหว่างการสำรวจดาว หาทรัพยากรทั่วไป เนื่องจากความเร็วที่ Sonic Sphere มากพอที่จะช่วยส่งเราจากฝากหนึ่งของฉากสู้กับบอสไปยังอีกฝากหนึ่งได้ง่าย ๆ




Distortion Sphere - เป็น Head Tech ตั้งต้นที่เราได้รับหลังจากทำเควสปลดล็อค Head Tech สำเร็จ นอกจากการเปลี่ยนตัวเองเป็นลูกบอลเพื่อเข้าไปในยันพื้นที่ขนาดเล็กได้แล้ว ไม่มีลูกเล่นพิเศษอื่น ๆ เมื่อเพื่อน ๆ ทำการปลดล็อค Head Tech รูปแบบอื่น ๆ ได้แล้วก็ลืมเจ้า Distortion Sphere ไปได้เลย!




Aqua Sphere - เป็น Head Tech ที่มีคุณสมบัติในการลอยน้ำซึ่ง Sphere รูปแบบอื่นไม่สามารถทำได้ และ สามารถเคลื่อนที่จากใต้น้ำมายังผิวน้ำได้อย่างรวดเร็ว แถมการกลิ้งหลุน ๆ ไปบนผิวน้ำด้วย Aqua Sphere ยังเป็นวิธีเคลื่อนได้เร็วกว่าการกด Dash หรือ Air Dash รัว ๆ เสียอีก Aqua Sphere อาจมีความจุกจิกที่เมื่อกดใช้ก็จะพุ่งขึ้นผิวน้ำตลอดอยู่บ้าง แต่การเปลี่ยนร่างไปมาระหว่างร่างปกติกับ Aqua Sphere ช่วยให้เราเคลื่อนที่ใต้น้ำได้เร็วกว่าวิธีอื่นหลายเท่า แต่ก็เปลือง Energy มากเช่นกัน!

Aqua Sphere - ใช้ได้ดีเมื่อเราต้องออกสำรวจอารยธรรมของเผ่า Hylot ที่เราต้องดำลงใต้น้ำเพื่อหาเมืองของเผ่าพันธุ์ Hylot นั่นเอง




Spike Sphere - เป็น Head Tech ที่เราทำให้เราสามารถไต่ไปตามพื้นผิวต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะปีนขึ้นกำแพง ยันบนเพดานตีลังกากลับหัว เมื่อเราอยู่ในสถานะลูกบอล โดยส่วนตัวแล้วผมชื่นชอบ Spike Sphere เป็นพิเศษเนื่องด้วยความสามารถที่สามารถยึดเกาะพื้นผิวนี้ ทำให้เราสามารถเกาะกำแพงขึ้นไปเก็บ item โดยไม่ต้องเสียเวลามาขุด หรือ ใช้เพื่อหลบการโจมตีของบอสได้อีกด้วย

Spike Sphere เป็น Head Tech ที่สามารถสวมใส่ติดตัวใช้ได้ในสถานการณ์ทั่วไปได้ดีที่สุด เราจะเปลี่ยน Spike Sphere เป็นอย่างอื่นก็ต่อเมื่อมีสถานการณ์เฉพาะอย่างที่ Head Tech อย่างอื่นดีกว่าอันนี้ เช่น ต้องเดินทางในน้ำ ก็เปลี่ยนเป็น Aqua Sphere เป็นต้น



สำหรับลำดับการปลดล็อค Head Tech ผมขอแนะนำตามนี้นะครับ : Distortion Sphere >> Spike Sphere  >> Aqua Sphere >> Sonic Sphere ลำดับของ Spike Sphere และ Aqua Sphere สามารถสลับกันได้โดยดูจากเควสหลักที่ให้สำรวจอารยธรรมของ Hylot เป็นหลักครับ



Body Tech เป็น Tech ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ซ้าย-ขวาเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการพุ่งตัวไปด้านหน้า หรือ วิ่งเร็ว เป็น Tech ที่มีความสำคัญต่อการเล่นค่อนข้างมาก ทั้งช่วยในการเคลื่อนที่ไวขึ้น และ หลบการโจมตีของมอนสเตอร์รวมถึงบอสได้อีกด้วย


Dash - เป็น Body Tech ตั้งต้นที่เราได้มาฟรี ๆ เมื่อผ่านเควสปลดล็อค Body Tech Dash เป็นการพุ่งตัวไปข้างหน้าในระยะสั้น ๆ ด้วยการกด A หรือ D ซ้ำกัน 2 ครั้ง การ Dash แต่ละครั้งมี cooldown ของการกดใช้อยู่ที่ 0.8 วินาที ซึ่งทำให้ผู้เล่นไม่สามารถ Dash ได้รัว ๆ อย่างตอนที่ Starbound อยู่ในช่วง Early Access ใหม่ ๆ




Air Dash - เป็น Body Tech ขั้นอัพเกรดของ Dash ซึ่งจะทำให้เราสามารถสามารถพุ่งตัวในด้านหน้า ขณะที่อยู่ในอากาศได้ แถมการใส่ Air Dash ไม่ได้ทำให้คุณสมบัติของ Tech Dash หายไปด้วย เรียกว่าใส่อันเดียวจะ Dash บนพื้นดิน หรือ กลางอากาศก็ได้ ใส่อันเดียวได้ถึง 2!! และแน่นอนว่าการ Dash แต่ละครั้งมี cooldown อยู่ที่ 0.8 วินาทีเช่นเดียวกัน

Air Dash เป็น Body Tech ที่สวมใส่ติดตัวใช้ในสถานการณ์ทั่วไปได้เป็นอย่างดี และหากเพื่อน ๆ เล่นจนแม่นกับระยะการ Dash แล้วยังสามารถใช้ Air Dash เป็น Body Tech สำหรับการสู้กับบอสใน Mission ต่าง ๆ ได้อีกด้วย




Sprint - เป็น Body Tech ที่ทำให้เราสามารถวิ่งเร็วขึ้นได้ กระนั้นก็มีปัญหาในการวิ่งขึ้นที่สูงที่บางครั้งมักจะติดผิวดินที่สูงขึ้นเพียง 2 บล็อคจนต้องกระโดดข้ามมาเองอยู่บ่อย ๆ  Sprint มีความแตกต่างจาก Body Tech อื่น ๆ โดยจะกิน Energy 15 หน่วยทุกวินาทีที่เราใช้งาน และไม่มี cooldown ในการกดใช้แต่ละครั้ง

Sprint เป็น Body Tech ที่ไม่ค่อยสะดวกสบายในการใช้งานเสียเท่าไหร่ เพราะการสำรวจดาวต่าง ๆ พื้นผิวมักไม่ราบเรียบจนวิ่งได้ยาว ๆ อยู่แล้ว แถมเป็น Body Tech ที่ไม่สามารถหลบการโจมตีใด ๆ ได้อีกด้วย การใช้งานจึงเป็นรอง Body Tech อันอื่น ข้อดีเพียงอย่างเดียวของ Sprint คือ ความเร็วในการเคลื่อนที่นั่นแหละ




Blink Dash - Body Tech สุดเท่ที่ทำให้เราหายตัวในชั่วขณะหนึ่งก่อนจะโผล่ออกไปด้านหน้าเล็กน้อย ระยะการเคลื่อนที่แทบไม่ต่างจากการ Dash เสียเท่าไหร่ แต่ข้อดีสูงสุดของมันคือชั่วขณะที่เราหายตัวไปนั้น สามารถหลบการโจมตีจากศัตรูได้ ไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์ปกติหรือบอสก็ตามแต่ ขอแค่เพื่อน ๆ ใช้มันจนชำนาญเสียหน่อย Blink Dash จะเป็น Tech ที่ทำให้เพื่อน ๆ สู้กับบอสได้สบายขึ้นมากทีเดียว ข้อเสียของ Blink Dash มีเพียงแค่ cooldown ที่นาวนานถึง 2.5 วินาที กว่าจะใช้ได้อีกครั้งหนึ่ง

Blink Dash เอาไว้สู้กับ Boss ได้ดี แต่ก็จำเป็นต้องฝึกฝนให้ชำนาญเสียหน่อยนะ เพราะหากใช้ผิดจังหวะหลบการโจมตีไม่ได้แล้ว ใส่ Air Dash ที่ใช้ได้บ่อยกว่า ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า





สำหรับลำดับการปลดล็อค Body Tech ผมขอแนะนำตามนี้นะครับ : Dash >> Air Dash >> Blink Dash >> Sprint



มาถึงส่วนสุดท้ายนั่นก็คือ Leg Tech ส่วนขานั้นเอง สำหรับ Tech ในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับการกระโดดเป็นหลัก การกระโดดที่สูงขึ้นช่วยทำให้เคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งต่าง ๆ เมื่อต้องการสำรวจดาวแต่ละดวงง่ายขึ้น การกระโดดได้หลายจังหวะในอากาศนอกจากจะทำให้กระโดดสูงขึ้นแล้วช่วยประคอง หรือ ยื้อจังหวะหลบการโจมตีของศัตรูได้อีกด้วย



Pulse Jump - เป็น Leg Tech ที่ทำให้เพื่อน ๆ สามารถกระโดดได้เพิ่มขึ้นอีก 1 ครั้ง แต่การกระโดดครั้งที่ 2 นี้จะสูงน้อยกว่าครั้งแรกอยู่เล็กน้อย ขณะอยู่ในอากาศ เป็น Tech ที่สามารถใช้ได้ทั่วไป ในทุก ๆ สถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจดาว หรือ ต่อสู้กับบอสใน Mission แถม Pulse Jump ยังเป็น Tech ที่ได้รับฟรี เมื่อเพื่อน ๆ ผ่าน Quest ในส่วนของ Leg Tech อีกต่างหาก ซึ่งนั่นหมายความว่าเพื่อน ๆ สามารถนำ Tech Card ไปปลดล็อค Tech ชนิดอื่นก่อนจะมาปลดล็อคในส่วน Leg เพิ่มเติมเอาทีหลังก็ได้




Multi Jump - ช่วยให้เรากระโดดต่อเนื่องกันได้ถึง 3 ครั้ง แต่ระยะกระโดดในแต่ละจังหวะจะไม่ได้สูงนัก เมื่อเทียบความสูงกับ Pulse Jump แล้ว โดยส่วนตัวผมว่ามันสูงพอ ๆ กัน แต่ Multi Jump ใช้งานลำบากกว่า Pulse Jump ตรงที่ต้องกระโดดมากกว่า 1 ครั้งนี่แหละ ข้อดีของ Multi Jump จะอยู่ที่การประคองจังหวะตัวเองที่ได้มากกว่า Pulse Jump อีก 1 ครั้ง ซึ่งใช้ได้ดีในการต่อสู้กับบอส

Multi Jump จึงเหมาะกับการใช้สู้กับบอส Mission เป็นหลัก มากกว่านำออกมาใช้ตอนสำรวจดวงดาว




Rocket Jump - เป็น Leg Tech ที่ผมชื่นชอบมาก ๆ นอกจากจะทำให้เรากระโดดได้สูงมาก ๆ แล้ว ในตอนที่กำลังกระโดดชาร์ตพลังในอากาศ เรายังสามารถควบคุมให้มันพุ่งไปด้านหน้า ราวกับการกดใช้ Air Dash ที่มีระยะไกลกว่าได้ด้วย กระนั้น Rocket Jump ก็มีข้อเสียในจังหวะหน่วงที่ชาร์ตพลังงานก่อนจะพุ่งขึ้นบนหรือไปด้านหน้านั้นแหละ โอกาสในการนำมาใช้จึงค่อนข้างน้อย ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจดาว หรือ สู้กับบอสก็ตาม เพราะการเสียเวลาไป 1 วินาที ก็ทำให้เราเสียจังหวะโดนโจมตีได้ง่าย ๆ สำหรับการต่อสู้แล้ว Tech ที่กดเพื่อใช้งานได้เลย ดูจะมีภาษีดีกว่า








Wall Jump - เป็น Tech ขั้นอัพเกรดของ Pulse Jump แต่ลักษณะเด่นที่เพิ่มขึ้นมานี้ ผมแทบจะไม่ได้ใช้งานมันเลย เนื่องจากความลำบากในการใช้ หลักการทำงานของ Tech นี้คือเมื่อเรากระโดดเข้าทางกำแพง เราสามารถกดกระโดดอีกครั้งหนึ่งเพื่อถีบตัวออกจากกำแพงได้ แต่หากเราไม่กดกระโดดในจังหวะที่ 2 ตัวเราจะค่อย ๆ ไหลลงจากกำแพงมาอย่างช้า ๆ แทน การแนบตัวเข้ากับกำแพงก็ใช้ผลของการไถลลงมาช้า ๆ ได้เช่นกัน ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้เราสามารถลงไปในหลุมขุดตรง ๆ ที่ลึกได้โดยไม่บาดเจ็บ (ไถลตัวลงไปเรื่อย ๆ ช้ากว่าการตกจากที่สูง ทำให้ถึงพื้นอย่างปลอดภัยได้)

เพื่อน ๆ สามารถใส่ Wall Jump เป็น Leg Tech พื้นฐานติดตัวไว้ก็ได้ ก็เหมือนมี Pulse Jump ติดตัว แถมประกันภัยว่าจะไม่ตกจากที่สูงตาย ถ้าหากมีกำแพงให้ไถลตัวลงไปด้านล่าง





สำหรับลำดับการปลดล็อค Leg Tech ผมขอแนะนำตามนี้นะครับ : Pulse Jump >> Multi Jump >> Wall Jump >> Rocket Jump โดย Multi Jump กับ Wall Jump สามารถสลับตำแหน่งอัพกันได้ ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของเพื่อน ๆ ว่าชอบกระโดด 2 หรือ 3 จังหวะนะครับ

ส่วน Starbound Tech Guide ในวันนี้ก็คงจบกันที่นี่แล้ว หวังว่าข้อมูลในส่วนนี้จะพอเป็นแนวทางการอัพ Tech ให้แก่เพื่อน ๆ ได้กลายเป็นเจ้ายุทธที่ยิ่งใหญ่ แล้วพบกันใหม่คราวหน้านะครับ


kanaken

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน