Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
-



Rezorg Game Guide - How to Defeat The Werewolf


คราวก่อนบทความเกี่ยวกับ Rezrog เราได้พูดถึงวิธีเล่นตัวละคร Melee หรือตัวตีใกล้กันไปแล้ว มาในครั้งนี้เปลี่ยนบรรยากาศจากตัวละครที่เราเล่นได้ ไปทำความรู้จักกับมอนสเตอร์ระดับ Boss กันเสียหน่อยดีกว่านะครับ เริ่มต้นจาก Boss ตัวแรกของเกม Werewolf มนุษย์หมาป่าแห่งโซนที่ 1 เจ้าของภาพ Loading Screen เมื่อต้องปราบ Boss นั่นเอง!!


เมื่อมองจากแผนที่ก่อนเข้าสู่ดันเจี้ยนก็จะมีสัญลักษณ์เป็นหัวกะโหลกแสดงแสนยานุภาพความเป็นมอนสเตอร์ระดับ Boss เตือนภัยผู้เล่นอย่างชัดเจน ว่าดันเจี้ยนนี้ ไม่เหมือนดันเจี้ยนนะจ๊ะ จะเข้าไปลุยนี่ เตรียมตัวพร้อมแล้วรึยังล่ะ ?


ภายในดันเจี้ยนที่มีมอนสเตอร์ระดับ Boss ประจำอยู่ นอกจากทางเข้า-ทางออกแล้ว ก็เหลือเพียงแค่ห้อง Boss ที่โดยมากจะมี Boss ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวแต่เพียงผู้เดียว... Werewolf เองก็เป็นหนึ่งใน Solo Boss ที่ว่ามานี้... เพียงแต่มีความพิเศษอยู่นิด ๆ หน่อย ๆ ในลูกเล่นของมัน

Werewolf เป็น Boss สายกายภาพเพียว ๆ เพียงไม่กี่ตัวที่มีอยู่ใน Rezorg จึงไม่มีความจำเป็นต้องพะวงเรื่องความต้านเวทมนตร์แม้แต่น้อย ระยะการโจมตีก็เป็น Melee วิ่งเข้ามาตีใกล้ประชิดถึงตัวละครของเราเลย แต่ก็ใช่ว่าตัวละครยิงไกลหรือสายเวทจะได้เปรียบเจ้ามนุษย์หมาป่าตัวนี้หรอกนะครับ ฉะนั้นแล้วสิ่งจำเป็นสำหรับรับมือบอสตัวนี้คือค่า Def สูง ๆ ทั้งจาก Item สวมใส่และการอัพ Stat นอกจากพลังป้องกันที่มากแล้วก็จำเป็นต้องมีพลังโจมตีที่รุนแรงถึงจะโค่นศัตรูแต่ละตัวลงได้ ยิ่งกับ Boss ตัวนี้ยิ่งปล่อยไว้เนิ่นนานก็ยิ่งเป็นปัญหาสำหรับเรา ฉะนั้นวิธีการรับมือที่ดีที่สุดคือการจัดหนัก ใส่เต็มตั้งแต่แรกเริ่ม ยิ่งสามารถ 1 Hit Kill ได้เลยก็ยิ่งสะดวกสบายครับ


สิ่งที่ทำให้ตัวละครตีไกลหรือสายเวทค่อนข้างจะลำบากลำบนเมื่อเจอกับ Boss ตัวนี้คือ Skill เพียงหนึ่งเดียวของ Werewolf อย่างการ Summon ลูกน้องที่เป็นหมาป่าออกมาได้ แม้ความแข็งแกร่งจะอ่อนแอกว่าตัวหัวหน้า แต่เมื่อจำนวนศัตรูมากขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับ Werewolf เป็น Boss ที่โผล่มาในช่วงต้นเกม ทำให้เรายังไม่มี Skill หมู่ใช้จัดการกับพวกมันในครั้งเดียวจึงก่อให้เกิดปัญหากับผู้เล่นอย่างเรา ๆ

ยิ่งโดยเฉพาะตัวละครยิงไกลหรือนักเวทที่ไม่สามารถยิงทะลุมอนสเตอร์ได้แล้ว หากหมาป่าตัวลูกน้องวิ่งเข้ามาขวางระยะยิงของเราก็ยิ่งจะกลายเป็นปัญหาเข้าไปใหญ่ เสียเวลายิงเคลียร์ลูกน้อง 1 เทิร์น ก็เท่ากับโดนหัวหน้ามันตบได้ฟรี ๆ 1 เทิร์นเช่นเดียวกัน ตัวละครแสนบอบบางอย่างตัวยิงไกลหรือนักเวทจึงไม่ค่อยเหมาะนักสำหรับการพิชิต Werewolf สักเท่าไหร่ ยิ่งกับนักเวทด้วยแล้ว ถ้า Mp หมดก่อนจะปราบ Boss ลงได้นี่ถึงขั้นตัวแตกกันเลยทีเดียว การใช้ตัวละคร Melee ดูค่อนข้างดีกว่า ถึงแม้จะต้องเอาตัวเข้าแลกสักหน่อย แต่ด้วย Skill ที่มีดีตั้งแต่เริ่มต้น แถมมี  Skill ไว้ใช้แก้ทางอีกต่างหาก


ทีนี้เรามาดูสิ่งที่เป็นปัญหาเมื่อต้องพิชิตเจ้า Werewolf กันบ้างดีกว่าครับ ว่าจุดแข็งของมันหรือลูกเล่นสุดเจ๋งที่เราไม่ควรปล่อยให้มันใช้ออกมา(หรือปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น) มีอะไรอยู่บ้าง แล้วจะไปรับมือมันยังไงดี

ความเป็นมะเร็งของเจ้า Werewolf อาจไม่ได้อยู่ที่ตัวของมันเต็มที่ 100% เพราะปัญหาหลัก ๆ จะอยู่ที่หมาป่า ลูกน้องที่ Boss ตัวนี้ทำการ Summon ขึ้นมา ซึ่งนอกจากปัญหาจุกจิกที่ผมได้พูดถึงไปในข้างต้นแล้ว หากเราไม่ใส่ใจที่จะจัดการมันไปก่อน ก็จะเกิดความเป็นมะเร็งตามมาภายหลัง


หลังจากที่ Werewolf ทำการ Summon หมาป่าออกมาแล้ว 2-3 เทิร์นแล้ว หากเรายังไม่จัดการเจ้าหมาป่าตัวจ้อย มันก็จะทำการเปลี่ยนร่างตัวเองให้กลายเป็น Werewolf ตัวที่ 2 หลังจากนั้นมันก็จะใช้งาน Summon ลูกน้องหมาป่าขึ้นมาอีก วน Loop ไม่รู้จบ รู้สิ้น ต่อไปเรื่อย ๆ


อย่างในภาพด้านล่างนี้ ผมทดลองให้มันกลายร่างขยายพันธุ์ออกมาเป็น 4 ตัว ขอให้เพื่อน ๆ สังเกตที่มุมขวาของภาพ ในแถบด้านขวาบนที่เป็นส่วนบอกความคืบหน้าของเควสที่กำลังทำอยู่ เมื่อเทียบกับภาพก่อนหน้านี้แล้ว จะเห็นได้ว่าจำนวนของ Werewolf ที่เราต้องปราบจะขยับไปตามจำนวน Werewolf ที่มีอยู่ในขณะนั้นด้วย อย่างในภาพนี้ก็ปาไป 4 ตัวแล้ว... นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าเราควรจะทำจัดการเจ้า Boss ตัวนี้เสียตั้งแต่เนิ่น ๆ ยิ่งปล่อยไว้นานก็ยิ่งเป็นปัญหา และระดับความยากก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา


ส่วนวิธีการรับมือเจ้า Werewolf นั้น วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการคือ 1 Hit Kill มีโอกาสเข้าไปตีตีหน้า ฟาดให้ตายในดอกเดียว แต่การจะทำอย่างนั้นได้ก็ต้องแลกมากับการฟาร์มเลเวลตัวละครให้สูงขึ้นราว Level 14-15 พร้อมกับลงค่า Str ยาว ๆ ถึงจะพอทำ 1 Hit Kill เจ้า Boss ตัวนี้ได้


แล้วถ้าไม่อยากจะฟาร์มล่ะ ? ตะลุยด่านมา Level 10 จะเข้าไปปราบ Boss เลยได้ไหม ? จะทำแบบนั้นก็ได้ครับเพียงแต่ต้องใช้ทริคเข้าช่วยกับใช้ดวงเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย

เริ่มจากตั้งแต่ตอนที่สุ่ม Event ตั้งแต่เข้ามาในดันเจี้ยน หากผลของ Event ที่สุ่มได้เป็น DeBuff อย่างศัตรูแข็งแกร่งขึ้น 10% หรือ โดนความเสียหายมากขึ้น 20% พวกนี้ให้เพื่อน ๆ Exit to Map ออกจากดันเจี้ยนแล้วค่อยเข้ามาลุยใหม่อีกครั้ง เพื่อหา Event ที่ทำให้เราเล่นได้ง่ายขึ้น หรืออย่างน้อย ๆ ก็เป็น Event ที่ไม่มีผลต่อการต่อสู้อย่าง เพิ่ม EXP ที่ได้รับอะไรทำนองนี้ครับ


ต่อมาเมื่อเข้าถึงห้อง Boss โดยปกติแล้ว หากเราเล่นตัวตีใกล้จะไม่สามารถเข้าถึง Boss ได้ แม้จะได้ Buff จาก Event ที่ทำให้เดินไกลขึ้น 2 ช่องมาก็ตาม การวิ่งเข้าไปใกล้ Boss มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงไม่ใช่เรื่องที่ดีนักเพราะนั่นจะทำให้ Boss สามารถเดินมาตบเราได้ฟรี ๆ 1 ทีตั้งแต่เริ่มเปิดฉากต่อสู้


ผมแนะนำให้เพื่อน ๆ เดินไปหยุดหน้าทางเข้าบล็อคตัว U อย่างในภาพด้านล่างนี้ เพราะเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด Boss ไม่สามารถเดินมาถึงในตำแหน่งที่ว่านี้ได้ และไม่ว่าฉากจะทำการ Random หมุนซ้าย หมุนขวา พลิกด้านขนาดไหนก็ตามที แต่ละมีพื้นที่หน้าบล็อคตัว U ให้เรายืนในตำแหน่งที่คล้ายกันนี้เสมอ ๆ


แผนที่สุ่มทางเข้าจากด้านบน ก็ดินมามุดเข้าซอกบล็อคตัว U เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง


หลังจากนั้นแทบจะ 100% ที่ Boss จะทำการ Summon หมาป่าขึ้นในใกล้ ๆ ตัวละครของเรา มีเวลา 1 เทิร์นในจัดการมัน ก่อนจะกลายเป็นตัวขัดขวางการดวลกับ Boss แบบ 1-1 ผมแนะนำใช้ Skill ที่สามารถสร้างความเสียหายสูง ๆ เก็บลูกน้องตัวแรกนี้ไปก่อน เน้นให้ตายภาพในทีเดียว จะทำให้เราเล่นได้สะดวกขึ้นมาก


หลังจากนั้นก็จะเป็นเวทีให้เราฟัดกับ Boss 1-1 2-3 เทิร์น ถ้าตัวละครของเพื่อน ๆ สวมใส่โล่อยู่แล้วก็เลือก Shield Bash มาใช้งานเพื่อการันตีว่าอีก 2 เทิร์นข้างหน้า Werewolf จะไม่ทำการ Summon ลูกน้องออกมาป่วน ให้เราต้องพะว้าพะวังมากมาย แล้วค่อยตามด้วย Skill สำหรับสร้าง Damage หนัก ๆ หลังจากนั้นครับ หากโชคดีตีไม่พลาดเป้า ยัด Skill อย่างต่อเนื่องไป 3-4 ครั้งก็จะสามารถพิชิต Boss ตัวนี้ได้แล้ว


ถ้าอยากจะใช้ตัวละครสายเวทล่ะ ? Skill อย่างแรกที่ต้องเลือกใช้เลยคือ Ice Slab แม้จะเป็น Skill ที่สร้าง Damage ได้น้อย แต่ด้วย Debuff ที่ได้จาก Skill นี้จะทำให้เราสู้กับ Werewolf ได้ง่ายขึ้น ถึงในคำอธิบายของ Skill นี้จะบอกว่ามันทำได้เพียง Immobilizes หรือหยุดการเคลื่อนไหวเฉย ๆ แต่เมื่อใช้งานจริงกับทำให้ศัตรูติดสถานะ Freeze หรือ แช่แข็ง ซึ่งดีกว่า Immobilizes ตรงที่ศัตรูจะไม่สามารถโจมตีหรือใช้งาน Skill สวนเราได้เป็นเวลา 2 เทิร์น ในขณะที่พวกมันยังถูกแช่แข็งอยู่ แล้วกระหน่ำด้วย Frost Bolt Skill ทำ Damage ของสายเวทย์ที่ดีที่สุดในช่วงเริ่มต้นเนื่องจากไม่มี Cooldown จัดการมันเสีย

ถึงระยะใช้งานของ Skill ต้องเดินเข้าไปแนบหน้าติดกับเป้าหมายเลย แต่กับ Boss ที่เป็นตัว Melee แล้ว เดี๋ยวมันก็เดินเข้ามาให้เราแช่แข็งมันได้ง่าย ๆ เองนั่นแหละครับ


นอกจากนี้ยังมี Skill ที่น่าสนใจ อย่าง Silencing Strike ที่ทำให้เป้าหมายไม่สามารถใช้งาน Skill ได้ 2 เทิร์นเอาไว้เป็น Skill สำรองเมื่อ Ice Slab ติด Cooldown อยู่ เพื่อป้องกันลูกน้องตัวเล็กตัวน้อยที่รังแต่จะสร้างความรำคาญและความลำบากให้เราตัวละครของเรา

เพียงแต่ Silencing Strike เป็น Skill ที่ต้องสุ่มเอาจากแท่น Skill ในดันเจี้ยนต่าง ๆ โอกาสที่เราจะได้รับมันมาก่อนเข้าไปปราบ Werewolf จึงน้อยเสียเหลือเกิน...


ภายหลังจัดการ Werewolf เรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมไปเปิดกล่องสมบัติในห้อง Boss กันด้วยนะครับ ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 2 กล่อง ซ่อนอยู่ในบล็อครูปตัว U ในวงกลมสีแดงจากภาพด้านล่างเลยครับ

กล่องสมบัติในห้อง Boss เหล่านี้มีโอกาสสุ่มได้ Item ระดับ Legendary ที่เป็นระดับสูงที่สุดของ Item สวมใส่ หากจะเน้นให้เล่นสบายในโซนต่อไป จะอยู่ฟาร์มจนกว่าจะได้ Legendary ครบทั้งตัวก่อนก็ได้นะครับ


และนี่คือทั้งหมดของบทความ How to Defeat The Werewolf ในวันนี้ครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์และแนวทางให้กับเพื่อน ๆ ที่เล่นตามมาทีหลังได้ไม่มากก็น้อย... และสำหรับเพื่อน ๆ คนใดที่เกิดสนใจเกม Rezrog ขึ้นมา ณ ตอนนี้ผมอยากให้ชะลอการซื้อเกมนี้ชั่วคราวก่อนครับ เนื่องจากการ Update เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้เกิด Bug Save หายเกลี้ยง!! ซึ่งไม่รู้ว่าจะใช้เวลาในการแก้ไขนานเท่าใด แล้วหลังการออก Patch แก้แล้ว Save จะกลับมาหรือไม่... ไว้มีข่าวคร่าวการอัพเดทอย่างไร ผมจะกลับมาแจ้งอีกครั้งนะครับ สำหรับวันนี้คงต้องขอตัวลาไปก่อนแล้ว... สวัสดีครับ



kanaken

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน