Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
-

Hollow Knight - กับการเดินทางสู่อาณาจักรใต้พิภพ



Hollow Knight - กับการเดินทางสู่อาณาจักรใต้พิภพ

ช่วงนี้มองไปทางไหนก็เห็นเกมฟอร์มใหญ่อย่าง NIER: AUTOMATA หรือไม่ก็ Horizon Zero Dawn ที่เพิ่งเปิดให้เล่นกันเต็มไปหมด ผมจึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้สวนกระแสธารใหญ่ยักษ์ด้วยเกม Indy ขนาดเล็กที่ผมหลงมนต์สะกดตั้งแต่แรกเห็นอย่าง "Hollow Knight" กันสักนิดนะครับ


Hollow Knight เป็นเกม Metroidvania หรือ Action Adventure 2D เดินข้างซ้าย-ขวา แบบกึ่ง Open World ที่ผู้เล่นสามารถเลือกเส้นทางในการผจญภัยได้ด้วยตัวเอง ไม่ได้มีการกำหนดตายตัวว่าต้องไปใดทางหนึ่งก่อน-หลัง ขอเพียงทำตามเงื่อนไขก็สามารถเข้าหรือข้ามไปยังโซนต่าง ๆ ได้แล้ว อย่างเช่นมี Item ตามที่ระบุไว้ มี Skill กระโดดไต่กำแพง เป็นต้น ตัวเกมถูกนำเสนอผ่านภาพวาดแบบดั้งเดิมในโทนสีหม่น ๆ สร้างบรรยากาศลึกลับน่าค้นหาที่วาดกันเฟรมต่อเฟรมเลยทีเดียว และความน่าหลงใหลที่ไม่เอ่ยถึงคงไม่ได้อย่างสุดยอดเพลงประกอบเกมที่ขับขานให้ผู้เล่นอินไปกับตัวเกม


Team Cherry เป็นผู้พัฒนาและจัดหน่ายจำหน่าย Hollow Knight บน Steam เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เองครับ


Story ของเกม เริ่มต้นเมื่อ Hollow Knight(ชื่อตัวละครเอกที่เหมือนกับชื่อเกมเด๊ะ ๆ เลย) เดินทางมาถึง DirtMouth เมืองที่กำลังล่มสลาย


ภายในเมืองที่ว่านี้มีเพียง Elderbug แมลงผู้เฒ่าที่ต้อนรับนักเดินทางอย่างเราเพียงผู้เดียวของเมือง พร้อมกับให้ข้อมูลว่าเมืองแห่งนี้กำลังล่มสลายลงจากความมืดและความบ้าคลั่งที่กลืนกินเมือง ขาวเมืองล้วนเดินทางย้ายถิ่นฐานลงไปโลกใต้ดินผ่านทางบ่อน้ำของเมือง นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเพื่อค้นหาความลับของเมือง ของอาณาจักรที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ราวกับเป็นนิรันดร์ เรื่องราว เรื่องเล่าและความเป็นอยู่ของชาวเมืองคนอื่น ๆ ที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินของเมืองแห่งนี้ รวมทั้งความเป็นมา เป้าหมายและแรงจูงใจของตัว Hollow Knight เองก็ยังคงเก็บงำความลึกลับรอคอยให้ผู้เล่นอย่างเราสืบสาว ค้นคว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงื้อมมือแห่งความลึกลับที่ว่านี้

เมื่อเพื่อน ๆ มีเวลาว่าง กลับมาจากการออกสำรวจดินแดนใต้ดินแล้ว ก็ลองแวะไปคุยกับ Elderbug เพื่อฟังเรื่องราวจากเขาบ้างนะครับ แค่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย ปู่แกก็พร้อมจะเล่าให้เราฟังแล้ว


บางทีก็ต้องลงลึกจาก DirtMouth ไปมากกว่าจะเจอ NPC ตัวนึง แถมฟังเรื่องราวจากเขาได้แค่จิ๊ดเดียว พี่เขาก็บอกว่า ถ้าเอ็งอยากรู้เรื่องข้ามากขึ้นก็เจอกันทางข้างหน้า... หากเอ็งไม่ตายเสียก่อนด้วยนะ!


ในส่วนของ Gameplay ก็สมกับความเป็นเกม Action เดินหน้าฟาดฟันประเคนความตายให้กับศัตรูในรูปแบบของแมลงกว่า 130 รูปแบบที่แต่ละตัวก็มีความสามารถแตกต่างกัน วิธีการจัดการและรับมือเองก็ต่างกันออกไป จะรู้ว่าศัตรูแต่ละตัว แต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ก็ต้องอาศัยการลองผิดลองถูกถูไถกันไปตามภาษา นอกจากเดินหน้าฟันยิก ๆ แล้วยังต้องเน้นหลบหลีกการโจมตีจากศัตรูเพื่อรักษาชีวิตของตัวละครอีกด้วย


แถมด้วยบอสกว่า 30 ตัวที่สร้างทั้งความตื่นตาตื่นใจเมื่อแรกพบและความท้าทายเมื่อต้องประมือด้วยได้เป็นอย่างดี ยิ่งเข้าสู่ช่วงท้ายเกมความยากก็ยิ่งทวีไปหลายเท่าตัว ยิ่งมีทักษะมากขึ้น ก็ยิ่งต้องใช้งานทักษะเหล่านั้นผสมรวมกันเพื่อต่อสู้กับบอส จะเรียกว่ายิ่งมีลูกเล่นมากขึ้น ความยากยิ่งมากขึ้นตามก็ว่าได้ครับ

แล้วก็บอสเกมนี้ไม่มีหลอดเลือดปรากฏให้เห็นด้วยนะครับ ผู้พัฒนาเกมนี่ก็ขยันสร้างความกดดันให้ผู้เล่นอย่างเราจริง ๆ เลย เจอตัวใหญ่ ๆ แบบนี้ตีไปหลายทีแล้ว เมื่อไหร่มันจะตาย! แหม... มักจะเกิดคำถามแบบนี้กับผมตลอดเลย ช่วงที่ต้องฟัดกับบอสเนี่ย!


แต่จะสู้ด้วยการฟัน ๆ หลบ ๆ ไปเรื่อยก็ดูจะใจร้ายไปหน่อย Hollow Knight จึงมีระบบ Skill ที่ทำให้เพื่อน ๆ สามารถใช้งาน Skill ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะโจมตีเป็นการโจมตีระยะ หรือ Heal ฟื้นฟู Hp (หน้ากากขาว) ที่หายไป โดยการใช้งาน Skill ก็จำต้องใช้ Soul ซึ่งเก็บเกี่ยวจากการโจมตีศัตรูมาแลกเปลี่ยน ส่วนการได้รับมาก็เพียงออกสำรวจไปตามพื้นที่ต่าง ๆ Interact กับวัตถุ พูดคุยกับตัวละครอื่น หรือไม่ก็ซัดบอสให้หมอบกองกับพื้นก็จะได้เรียนรู้ Skill เหล่านี้มาครับ



การอันตรายจากการเดินทางไม่ได้มีเพียงศัตรูที่คอยจ้องทำร้ายเราเท่านั้น สภาพแวดล้อมภายในฉากยังเป็นอุปสรรคขวางกั้นเราจากจุดหมายอีกด้วย บางพื้นที่เต็มไปด้วยหนามต้องคอย Dash คอยกระโดดหลบหลีกเพื่อเดินทางต่อไปข้างหน้า บางพื้นที่ก็มืดเสียจนมองไม่เห็น นอกจากจะต้องอาศัยความระมัดระวังและความช่างสังเกตของผู้เล่นยังต้องอาศัย Item บางชิ้นมาช่วยเสริมอีกต่างหา

ใครที่เคยเล่น Ori and The Blind Forest มาคงได้สัมผัสความหัวร้อนในรูปแบบย่อม ๆ ใน Hollow Knight อย่างแน่นอนครับ


และเนื่องด้วยโลกของ Hollow Knight ค่อนข้างใหญ่โตมโหฬารมาก ๆ แถมเป็นเกมกึ่ง Open World ที่ผู้เล่นสามารถเดินสำรวจตรงโน้นตรงนี้ ตรงไหน ๆ ก็ได้ หากไม่มีระบบแผนที่ผู้เล่นก็คงหลงทางในวงกตใต้ดินเป็นแน่แท้ แต่แผนที่ที่ว่านี้ก็ไม่ได้มาฟรี ๆ จำต้องซื้อหาเอาจาก NPCs อีกแหนะ แถมยังเป็นแผนที่ที่ไม่สมบูรณ์ขาดตรงโน้น ตรงนี้เยอะแยะไปหมด ต้องมา Update แผนที่เองอีกที แถมร้ายกว่านั้นคือไม่มีการระบุตำแหน่งตัวละครเราเองด้วย หากไม่สวมใส่เข็มทิศที่ได้จากการซื้อเอาจาก NPCs เข้าร่วมด้วย เรียกว่าเป็นการเก็บรายละเอียดแทบจะทุกหยาดหยดจนน่าตื่นตะลึงมาก ๆ เลยล่ะครับ

ในช่วงแรก ๆ อาจมีปัญหาอาการหลงทางกันบ้าง ด้วยความไม่ชินกับพื้นที่ แผนที่ถือเป็นเรื่องธรรมดาครับ วิ่งไปวิ่งมาเดี๋ยวก็จะคุ้นชินจำได้เอง


และคงเพราะความใหญ่ของแผนที่หากให้เดินไป ๆ มา ๆ เองคงกินเวลาเป็นสิบนาที ตัวเกมเองก็มี Stag Station สถานที่ขนส่งหรือจะเรียกว่าเป็น Fast Travel ของตัวเกมที่เพื่อน ๆ สามารถใช้งานข้ามจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่ได้โดยการเปิดประตู Stag Station ด้วยการหยอดเงินลงตู้ในพื้นนั้น ๆ ก่อน หลังจากนั้นก็จะสามารถ Fast Travel ข้ามพื้นที่ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นแล้ว


ในส่วนของ Inventory หรือ ช่องเก็บของนอกจากจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์สวมใส่ ทั้งอาวุธที่สามารถนำไปตีบวกเสริมประสิทธิภาพได้ในช่วงกลางเกมและ Item ที่ช่วยเสริมทักษะในการเคลื่อนที่ เช่น Mothwing Clock ที่ทำให้เรา Dash ได้แล้ว


ยังควบรวมไปถึงระบบ Charms หรือเครื่องรางที่สามารถเพิ่มทักษะต่าง ๆ ของตัวละครเราให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มระยะการฟันให้ไกลขึ้น เพิ่มอัตราการดูด Soul ยันไปถึงเข็มทิศที่ช่วยระบุตำแหน่งตัวเราเมื่อกดใช้งาน Map อีกด้วย

ในการสวมใส่ Charms แต่ละชิ้นจำเป็นต้องมีช่อง Notches ตามจำนวน Cost ที่ Charms ชิ้นนั้น ๆ กำหนดไว้อย่างเพียงพอด้วยจึงจะสามารถสวมใส่ได้นะครับ อย่าง Wayward Compass ในภาพด้านล่างนี้ก็ต้องมี Notches 1 ช่องจึงจะสามารถสวมใส่ได้ เป็นต้นครับ


Hunter Journal หรือบันทึกนักล่าก็เป็นอีกหนึ่งในเมนูที่เพื่อน ๆ สามารถเข้าถึงได้ผ่านตัว Inventory ซึ่ง Hunter Journal จะบักทึกเรื่องราวของศัตรูที่เราพบเจอ พร้อมทั้งคอยจดสถิติว่าเราจัดการศัตรูตัวนั้น ๆ ไปเป็นจำนวนเท่าไหร่แล้ว

อย่างในภาพด้านล่างนี้ จะพบเจอเมื่อเพื่อน ๆ ตายลง Shade หรือภาพสะท้อนของตัวเราเอง จะปรากฏตัวเป็นศัตรูในตำแหน่งที่เราตาย การเดินทางกลับไปกำจัด Shade จะทำให้เราได้เงินในกระเป๋ากลับคืนมา ยิ่งเวลาต้องสู้กับบอสแล้วต้องจัดการกับ Shade ของตัวเองไปพร้อม ๆ กันด้วยแล้ว ยิ่งปวดหัวหนักเข้าไปใหญ่เลย!


แม้ว่าในช่วงต้นเกมเงินส่วนใหญ่จะถูกใช้งานแค่เพื่อซื้อแผนที่กับอุปกรณ์นิดหน่อย ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ Update แผนที่ให้ดีขึ้น แต่พอเข้าสู่ช่วงกลางเกมที่เราเจอ NPCs มากขึ้น และพวกเรากลับมายัง DirtMouth เพื่อเปิดร้านขายสินค้าเมื่อไหร่ เงินที่มีก็แทบจะไม่พอใช้ซื้อของจำเป็นที่ราคาโคตะระแพงเหล่านี้


ยังไม่นับรวมร้านค้าที่อยู่ลึกลงไปที่เปิดขาย Charms ที่ส่งผลต่อความสะดวกในการเล่นอีก ฉะนั้นแล้วหากเพื่อน ๆ จัดการศัตรูตายแล้วก็ควรเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์เอาไว้เผื่อใช้งานในอนาคตกันด้วยนะครับ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ นี่มันจำเป็นจริง ๆ นะ


อธิบายเรื่องอื่น ๆ มาตั้งนานเกือบจะลืมเรื่องจุด Save ของเกมไปเสียแล้ว สำหรับจุด Save ของเกม Hollow Knight เรียกว่าเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร... เป็นม้านั่งยาวที่ทำจากเหล็ก(หรือบางทีก็เป็นแท่นบูชาขึ้นกับแต่ละพื้นที่) ที่พอนั่งปุ๊บตัวเกมก็จะ Save ให้ทันทีเลยครับ เวลาเพื่อน ๆ ตายจากการผจญภัยก็จะมาเกิดตรงตำแหน่งที่ Save เอาไว้นี่แหละ


อ้อ! การเปลี่ยน Charms เองก็จำเป็นต้องมาเปลี่ยนในขณะที่นั่งบนม้านั่งเหมือนกันนะครับ จะเปลี่ยนกลางฉากเองเลยไม่สามารถทำได้นะจ๊ะ ฉะนั้นแล้วหากระหว่างการสำรวจดันไปเจอพื้นที่ประหลาด ๆ แล้วลางสังหรณ์มันบอกว่าเป็นห้องบอสเสียแล้วล่ะก็ การเดินย้อนหลังกลับไปเพื่อเลือกใส่ Charms ที่ช่วยในการต่อสู้จะเพิ่มโอกาสที่เราโค่นบอสลงได้มากขึ้น ถือว่าเป็นอะไรที่ไม่เลวร้ายเลย เสียเวลานิดหน่อย แลกกับความสบายเวลาสู้กับบอสและลดความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินจากการตายซ้ำ ๆ


ความลับภายในเกม Hollow Knight มีซ่อนอยู่เยอะมาก ๆ ในแต่ละพื้นที่คอยให้ผู้เล่นอย่างเรา ๆ ออกสำรวจได้ทั้งวัน ทั้งทางลับที่ต้องโจมตีเพื่อเปิดเส้นทาง หรือ การช่วยเหลือเจ้าหนอนน้อยในขวดแก้วที่อยู่ในส่วนที่ยากต่อการเข้าถึงสุด ๆ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เพื่อน ๆ จะได้รับของตอบแทนเมื่อไปพบกับปู่หนอน(?)


นอกจากจะได้เงินมาแล้ว ยังได้เสี้ยวหน้ากากมาซะด้วย! ไม่รู้ว่ายิ่งหากน้องหนอนเจอเยอะของรางวัลยิ่งดีขึ้นรึเปล่า ? แต่ได้ขอฟรีก็พร้อมยอมพลีแล้ว!


โดยภาพรวมแล้ว หากใครเป็นแฟนเกมแนว Metroidvania ก็น่าจะสนุกไปกับ Hollow Knight ได้ไม่ยาก หากเพื่อน ๆ เป็นคนหนึ่งที่หลงเสน่ห์ในภาพวาดและเสียงดนตรีของเกมนี้ แต่ไม่คุ้นชินกับเกมทำนองนี้ กังวลใจว่ามันจะเล่นยาก เล่นลำบากหรือเปล่า ? จากประสบการณ์ที่ผมเดินเล่นในเขาวงกตใต้ดินไป 6 ชั่วโมงแล้วคงบอกได้ว่ามันเป็นเกมที่ท้าทายครับ แต่ใช่ว่าจะยากจนเล่นไม่ผ่านเลย เล่นไปเรื่อย ๆ เล่นไปอย่างใจเย็น ไม่หัวร้อนจนเลิกไปเสียก่อนก็ยังดำเนินเรื่องไปต่อได้เรื่อย ๆ ครับ

ส่วนการควบคุมโดยใช้จอยเล่นนั้นก็ถือว่าสะดวกและคล่องมือมาก ๆ การออกแบบคำสั่งแต่ละปุ่มเข้ากับตัวเกมเป็นอย่างดี จนถึงขนาดเมื่อเราเข้าเกมก็มีข้อความบอกกับผู้เล่นว่า "ใช้จอยเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเล่นนะ" กันเลยทีเดียว


กระนั้นหากเพื่อน ๆ คนไหนไม่สะดวกที่จะใช้จอยเล่น ตัวเกมก็ยังมี Option ที่เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปปรับ Remap การควบคุมโดย Keyboard ได้อยู่ดี แต่เล่นแล้วจะสะดวกคล่องมือขนาดไหน ผมเองก็ยังไม่เคยลอง คงจะมายืนยันเรื่องนี้ให้ไม่ได้ครับ


ในเรื่องความยาวของตัวเกมนั้นต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับรูปแบบการเล่นของแต่ละคนมากกว่า โดยปกติคงอยู่ในระหว่าง 6-20 ชั่วโมง อย่างผมที่เล่นไป ฟาร์มเงินไปอย่างชิว ๆ 6 ชั่วโมงได้แค่เกือบครึ่งเกมเท่านั้นเองครับ หากเล่นอย่าง Speed Run วิ่งไล่ตีบอสอย่างเดียวอาจจะจบได้ใน 3 ชั่วโมงเพื่อปลดล็อค Achievement ของตัวเกมเลยล่ะครับ แถมเล่นจบรอบแรกแล้ว ยังมีโหมด Steel Soul ที่เพิ่มความยากและความท้าทายสำหรับสาย Hardcore ให้เล่นกันอีกต่างหาก


เพื่อน ๆ ท่านใดสนใจ Hollow Knight และอยากจับจองเป็นเจ้าของแล้วล่ะก็ สามารถเข้าไปสั่งซื้อ Hollow Knight ได้ที่ (http://store.steampowered.com/app/367520/) ในราคาเพียง 315 บาทกับเกมคุณภาพคับจอเกินราคาอย่างแน่นอนครับผม แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้าจ้า



kanaken

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน