Facebook Twitter RSS Feed
gPlus 
-

Black Desert Online - Gardening Guide 101 เริ่มต้นชีวิตชาวสวนกันเถอะ!



Black Desert Online - Gardening Guide 101 เริ่มต้นชีวิตชาวสวนกันเถอะ!

 


แม้ตัวเกมจะชื่อ Black Desert Online แต่ก็ใช่ว่าพื้นที่ทั้งหมดของตัวเกมจะเต็มไปด้วยทะเลทรายเท่านั้น เพราะยังมีพื้นที่ที่เป็นทะเลเปิดให้เราออกเรือไปตกปลา รวมทั้งพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชนานาพันธุ์ สำหรับบทความในวันนี้เราจะมาพูดถึงอีกหนึ่ง Life Skill ที่นอกจากจะเป็นแหล่งรายได้ให้เราได้แล้ว ยังเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับ Black Desert Online อย่าง Gardening หรือ การทำสวนนั่นเองครับ

Gardening ถือเป็นหนึ่งใน Life Skill ที่ผู้เล่นใหม่มักจะลงทุน ลงแรงให้กับกิจกรรมนี้ เพราะผลผลิตที่ได้จากการทำสวนในแต่ละรอบนอกจากจะสามารถนำไปขายกับผู้เล่นด้วยกันผ่าน Marketplace ได้แล้ว ยังเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาหาร ยา หรือส่วนผสมของใช้อื่น ๆ ได้อีกมากมายหลายทาง ความคุ้นค่าในการลงทุน ลงแรงจึงสูง แม้ในช่วงที่ Marketplace ซบเซาไม่มีผู้คนใช้งานมากมายนัก ก็ยังสามารถนำผลผลิตเหล่านี้ไปใส่กล่องขายให้กับ NPCs ภายในเกมได้อีกต่างหาก แม้จะไม่ได้เงินมากเท่ากับการขายให้กับผู้เล่นด้วยกัน แต่เงินก็ยังคงเป็นเงินอยู่วันยันค่ำใช่ไหมล่ะครับ

หากนับตามกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นเพาะปลูกยันการเก็บเกี่ยว การทำสวนนับว่าเป็นกระบวนการแบบ Semi-Afk ไม่ต้องประคบประหงม ใช้เวลาจัดการมากมายนัก นอกจากช่วงลงเมล็ดกับเก็บเกี่ยวแล้ว เพื่อน ๆ สามารถจัดหาคนงาน(Worker) มาช่วยดูแลสวน คอยจัดการวัชพืชและแมลงร้าย ปัญหาจุกจิกที่เป็นภัยต่อผลผลิตของเรา ในช่วงระยะเวลาก่อนที่ผลผลิตจะเติบโตให้เก็บเกี่ยวได้ (3-6 ชั่วโมง) เพื่อน ๆ ก็สามารถนำไปใช้กับกิจกรรมชนิดอื่นได้ จะเอาอีกตัวไปตีมอนฯ เก็บเวล วิ่งไล่เควส หรือจะตกปลา ทำ Life Skill อื่นควบคู่ไปกับการทำสวนได้อย่างสบายใจครับ


ในแง่ของข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจนคือ เรื่องของความสิ้นเปลืองค่า Contribution Points สำหรับการเช่ารั้วทำสวน และ Energy สำหรับการเก็บเกี่ยวผลผลิตในทุก ๆ รอบ กว่าจะเห็นรายได้อย่างชัดเจนเต็มตาก็ใช้ค่า  Contribution Points ราว ๆ 50 หน่วย เพื่อเพาะปลูกพืชให้ได้ 50 เมล็ดในรอบเดียว และทุก 3-6 ชั่วโมงต้องใช้ค่า Energy ในการเก็บเกี่ยวอีก 50 หน่วย ซึ่งเมื่อเทียบกับการตกปลาแล้ว การทำสวนดูจะยุ่งยากกว่าเล็กน้อยในแง่นี้


สำหรับการเริ่มต้นทำสวนครั้งแรกนั้นจะเริ่มต้นจากการเช่ารั้วทำสวน ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ขนาดดังต่อไปนี้

- Small Fence = สำหรับปลูกพืช 4 ช่อง ใช้ 3 Contribution Points ในการเช่า
- Plain Fence = สำหรับปลูกพืช 6 ช่อง ใช้ 7 Contribution Points ในการเช่า
- Strong Fence = สำหรับปลูกพืช 10 ช่อง ใช้ 10 Contribution Points ในการเช่า

แต่ก็ใช่ว่าของแพงที่สุด จะดีที่สุดเสมอไปในการทำสวน เพราะการเลือกขนาดรั้วให้พอเหมาะกับค่า Contribution Points ที่มีอยู่เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง หากเลือกได้ถูกต้องจะทำให้เราได้ปริมาณผลผลิตสูงสุด เช่น เพื่อน ๆ มีค่า Contribution Points อยู่ 20 หน่วย หากเลือกใช้ Strong Fence จะได้รั้วมา 2 รั้ว ปลูกพืชได้ 20 ต้น ในขณะที่เลือกใช้ Small Fence จะได้ 6 รั้ว สามารถปลูกพืชได้ 24 ต้น และเลือกค่า Contribution Points อีก 2 เป็นต้นครับ


ส่วนวิธีตามหา NPCs ที่ให้บริการเช่ารั้วนั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ ผ่าน Icon NPC มุมขวาบนของหน้าจอ แล้วใส่ข้อความ "Fance" เพื่อทำการค้นหาตำแหน่งของ NPC ที่ให้บริการเช่ารั้วแต่ละชนิดให้กับเรา

หากเพื่อน ๆ ต้องการรั้วมากกว่า 1 อัน สามารถเช่ารั้วจากตัว NPC เดิมได้ แต่ต้องเคลียร์รั้วที่ยืมมาก่อนหน้า ออกจากกระเป๋าตัวละครเสียก่อน วิธีที่ดีที่สุดที่ผมแนะนำคือการคลิกขวาแล้วติดตั้งรั้วในบริเวณใกล้ ๆ กับตัว NPC นั่นแหละครับ แล้วค่อยไปเช่ารั้วอันต่อไปมา หากต้องการเพิ่มอีกก็ทำซ้ำจนกว่าจะได้จำนวนที่ต้องการ จากนั้นให้ไปยืนบนอาณาเขตของรั้วเพาะปลูก กด F5 เพื่อเก็บรั้วเข้ามาในกระเป๋า เพียงเท่านี้ก็สามารถขนย้ายรั้วจำนวนมาก ๆ ได้ในครั้งเดียวแล้วล่ะครับ

ข้อควรระวังของวิธีนี้คือเรื่องของน้ำหนักครับ หากแบกรั้วมารอบเดียวหลาย ๆ อันอาจเปิดปัญหาเรื่องน้ำหนักเกินได้ จนท้ายที่สุดจะกลายเป็นแบกกลับไปได้ไม่หมด



เมื่อได้รั้วสำหรับการเพาะปลูกมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือค้นหาบริเวณเพาะปลูกที่เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิดที่เราตั้งใจจะปลูก พืชจะโตไวนั้นมีปัจจัยสภาพแวดล้อมอย่าง ระดับน้ำใต้ดิน, อุณหภูมิ, ความชื้น แมลงมาเกี่ยวข้องด้วยครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นระดับน้ำใต้ดินครับ หากจะเลือกพื้นที่เพาะปลูกเสียแล้ว อย่างน้อยที่สุดก็ควรเลือกพื้นที่ที่มีระดับน้ำใต้ดินมากหน่อย อย่างอื่นพอจะมองข้ามไปได้บ้าง หากต้องแลกกับพื้นที่ใกล้เมืองเพื่อความสะดวกสบายในการเก็บเกี่ยว

ในแต่ละพื้นที่มีสภาพเป็นอย่างไร เพื่อน ๆ สามารถเปิดดูได้จากเมนูแผนที่แล้วเลือกแถบ Icon ด้านขวาบนได้เลย


พอมีพื้นที่ในดวงใจ ตั้งรั้วเตรียมเพาะปลูกแล้ว สิ่งต่อมาที่เราต้องมีคือเมล็ดพันธุ์สำหรับเพาะปลูกนั่นเอง เมล็ดพืชเหล่านี้มีหลากหลายวิธีที่ที่จะได้รับมันมา แต่เพื่อความสะดวกสบายแล้ว ผมแนะนำให้หาซื้อจาก NPC Seed Vendor ที่อาจไม่ได้มีอยู่ประจำทุก ๆ เมือง


หรือไม่ก็ลงทุนเยอะสักหน่อย เพื่อหาซื้อเมล็ดพันธุ์ระดับ Special ชื่อสีฟ้า (ดีที่สุด) จาก Marketplace มาปลูกเลยก็ได้ครับ

โดยพืชเศรษฐกิจที่ปลูกแล้วสามารถวางจำหน่ายบน Marketplace ได้ ขายออกไว โดยอิงจากเซิฟ Na จะเป็น Carrot กับ Strawberry 2 ชนิดนี้ครับ


ส่วนการหย่อนเมล็ดก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ยืนอยู่บนรั้ว กด R เพื่อเข้าสู่เมนู Crop Managementด้านล่างหน้าจอจะแสดงเมล็ดพืชที่เรามีติดตัว จะเลือกปลูกเมล็ดไหนก็คลิกซ้ายที่เมล็ด และคลิกซ้ายอีกครั้งบนอาณาเขตของรั้วเพื่อเพาะปลูกครับ

ทั้งนี้ทั้งนั้นพืชแต่ละชนิดจะกิน Slot ในการเพาะปลูกไม่เข้ากัน บางชนิดใช้ 1 ช่อง บางชนิดต้องการ 2 หรืออาจจะต้องใช้ถึง 4 ช่องในการเพาะปลูกเลยก็มีครับ


ถ้าปลูกผิดเมล็ด ต้องการจะเอามันออกจากรั้ว ต้องทำยังไงล่ะ ? สามารถทำได้โดยการคลิกที่เมล็ดในแถบด้านล่างเลยครับ หาเมล็ดที่เราลงผิด คลิกซ้ายอีกครั้งก็จะขึ้นหน้าต่างแจ้งเตือนว่าเราจะทำการลบมันออกใช่ไหม ถ้าคำตอบของเพื่อน ๆ คือ ใช่ ก็กด Yes เพื่อลบเมล็ดที่ลงผิดออกไปจากรั้วได้เลยครับ


ในระหว่างที่พืชของเราเติบโต เราสามารถเช็คสถานะมันได้จากกด R ที่พืชเพื่อเรียกหน้าต่าง Crop Information ขึ้นมาดูรายละเอียดของมันได้ครับ หากเพื่อน ๆ ใช้ Worker ช่วยดูแลพืชอยู่แล้ว ก็เหลือเพียงแถบ Fertil. (หลอดสีน้ำตาล) ที่เป็นตัวบอกปริมาณปุ๋ยในพื้นดินเท่านั้นล่ะครับ ที่เราต้องใส่ใจมันหน่อย เพราะการใส่ปุ๋ยตลอดการเติบโตของพืชจะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของมันให้ไวขึ้น 1 ชั่วโมง และการใส่ปุ๋ยยังทำให้โชว์ระยะเวลาที่พืชใช้ก่อนจะเก็บเกี่ยวได้อีกด้วย


ตัวปุ๋ยเองก็มีอยู่ด้วยกันหลายประเภท แต่ที่ผมแนะนำจะเป็น Byproduct Fertilizer เพราะมันหาได้ง่าย ซื้อจาก Marketplace ก็มี จะเอา Byproduct จากการทำสวนของเราไปก็แลกกับ NPC ก็ได้ ประสิทธิภาพคุ้มราคาครับ

วิธีใช้งานก็แค่กดคลิกขวาบริเวณสวนของเราครับผม


แม้จะอยู่ในที่ห่างไกลจากสวนของเราก็ยังสามารถเรียกใช้งาน "My Garden" ขึ้นมาดูความคืบหน้าของพืชในสวนของเราได้เช่นกันครับ ส่วนวิธีเรียกใช้งาน My Garden ให้เพื่อน ๆ สังเกตที่หน้าจอซ้ายบนจะมี Icon รูปรั้วกับต้นไม้สำหรับเปิดใช้งานเมนูที่ว่านี้ครับ


เมื่อพืชที่เราปลูกเติบโตมาถึง 100% เพื่อน ๆ ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวพวกมันได้แล้ว การเก็บเกี่ยวผลผลิตจะมีด้วยกัน 2 รูปแบบ คือเก็บเป็นเมล็ด (สุ่มระหว่าง 1-3 เมล็ดต่อต้น) เพื่อใช้ในการปลูกรอบถัดไป หรือ จะเก็บเป็นผลผลิต(20-40 ลูกต่อต้น) เพื่อนำไปใช้งานหรือขาย



และบางครั้งในการเก็บเกี่ยวเราก็จะได้ของแถมเป็น Byproduct 5 ชนิด ในภาพด้านล่างนี้ติดมาด้วย ซึ่งเราสามารถนำ Byproduct เหล่านี้แลกเป็นรางวัลตามที่รายละเอียดของแต่ละชนิดระบุไว้ได้ครับ จะหา NPC ที่รับแลก Byproduct พวกนี้ก็ไม่ยาก เพียงแค่คลิกขวาแล้วเลือก Location ก็จะระบุตำแหน่งของ NPC แต่ละตัวได้แล้วครับ


ทีนี้มาดูราคาของผลผลิตในแต่ละรอบกันว่าขายได้เงินกันสักเท่าไหร่ สวนที่ผมทำอยู่เป็นสวน Strawberry 10 สวน โดยเฉลี่ยเมื่อเก็บเกี่ยว 1 รอบก็จะได้ราว ๆ 1000 ลูก ขายในราคากลางลูกละ 8k จะได้รายได้ 8m หักภาษีจากการขายของใน Marketplace + หักเพิ่มจากที่ผมไม่มี Value Pack เรียบร้อยแล้วก็จะได้ 5m นิดหน่อยต่อ 1 รอบครับ ในวันหยุดผมสามารถเปิด Afk ค้างไว้รอให้พืชในสวนเติบโตได้ เก็บเกี่ยวได้วันละ 3 รอบ เฉพาะการปลูกพืชก็ได้เงิน คิดเพียงตัวเลขกลม ๆ แล้วก็ 15m ไม่นับรวมกับกิจกรรม กิจการอย่างอื่นที่ทำควบไปกับการทำสวนด้วย รายได้ถือว่าดีใช่ย่อยเลยนะครับผม


ตอนตกปลายังมีชุดสำหรับตกปลาเลย แล้วทำสวนล่ะ มีชุดของมันบ้างไหม ? คำตอบคือมีครับ แต่คุณสมบัติมันไม่ได้หรูหราน่าใช้งานเหมือนกับชุดตกปลา เพราะมันบวกเพียง Exp ของการทำสวนเท่านั้น ระดับของการทำสวนมากขึ้น ก็เพิ่มเพียงโอกาสที่เมื่อเก็บเกี่ยวพืชในสวนแล้วจะไม่เสีย Energy ซึ่งก็ไม่ได้ดูตื่นตาตื่นใจเสียเท่าไหร่ครับ

ถ้าเพื่อน ๆ ต้องการปั้ม Exp ทำสวนเยอะ ๆ สามารถทำได้ด้วยการดูแลสวนเอง ไม่ต้องจ้างคนงานมาช่วยดูแล การกำจัดวัชพืช เก็บหนอน เก็บแมลงไปเรื่อย ๆ ก็จะเร่งระดับของ Gardening ได้ไวขึ้น... แต่ถ้าเป็นสายสบายแบบผม ก็เลือกใช้คนงานเนี่ยล่ะครับ มาแค่กดหย่อนเมล็ดกับเก็บเกี่ยวผลผลิตก็พอแล้ว


อาจมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการทำสวนอย่างหุ่นไล่กาและรางน้ำที่ผมไม่ได้เขียนถึงในบทความนี้ แต่จากประสบการณ์แล้ว ผมว่าเราไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานพวกมัน เลยขอข้ามเนื้อหาในส่วนนั้นไปนะครับ

Black Desert Online อาจเป็นเกมที่มีรายละเอียดในแต่ละ Feature ค่อนข้างเยอะและไม่เป็นมิตรต่อผู้เล่นใหม่สักเท่าไหร่ แต่กระนั้นเราก็พอยังมีเวลาในการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเซิฟ Sea (หรือไทย) ที่จะเปิด CBT ในช่วงปลายปีที่จะถึง ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นศึกษาข้อมูลของ Black Desert Online อย่าได้ลืมว่า "ความรู้คือพลัง" เสียล่ะ แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีครับผม



ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน